“ในชีวิตของคุณ ใครคือคนที่มีอิทธิพลต่อคุณมากที่สุด และเขามีอิทธิพลต่อคุณอย่างไร?”
ครอบครัวของฉันกำลังล้อมวงอยู่รอบถาดบราวนี่ที่อบบนเตาแคมป์ปิ้งตอนที่มีคนถามคำถามนี้ขึ้นมา ฉันนั่งฟังสมาชิกในครอบครัวพูดถึงศิษยาภิบาล เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และเพื่อนสนิท พร้อมทั้งชื่นชมอุปนิสัยที่ยำเกรงพระเจ้าของคนเหล่านั้นอย่างละเอียด แต่ฉันกลับรู้สึกถูกสะกิดใจ นอกเหนือจากเพื่อนสนิทไม่กี่คนแล้ว ชีวิตของฉันเต็มไปด้วยความสัมพันธ์แบบผิวเผินและกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ที่ขาดการดูแลและรับผิดชอบชีวิตต่อกัน อย่างแท้จริง ฉันนึกถึงตัวเองที่มักจะติดขัดเมื่ออ่านพระคัมภีร์อย่างทิตัส 2:3-5 การสอนและแนะนำชีวิตในแบบที่เปาโลอธิบายไว้ในข้อนั้นดูเหมือนเป็นสิ่งที่หาได้ยากเหลือเกิน ตัวฉันเองเป็นผู้หญิงที่รู้จักและรักองค์พระผู้เป็นเจ้าแท้ๆ แต่กลับโหยหาอิทธิพลที่นำพาชีวิตไปในทางของพระเจ้าและการดูแลรับผิดชอบชีวิตต่อกัน พูดสั้นๆ ก็คือ ฉันเหงา
ฉันกล้าเดาว่าคริสเตียนส่วนใหญ่คงเคยรู้สึกแบบนี้ในบางช่วงของชีวิต ความเหงาเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ เพราะเราถูกสร้างมาให้อยู่ร่วมกันในชุมชนที่อิ่มเอมและลึกซึ้ง การขาดสิ่งนี้ไปจึงสร้างความระคายเคืองและเจ็บปวดใจ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีแนวโน้มจะตีความความเหงาว่าเป็นความบกพร่องของตัวเอง ซึ่งยิ่งทำให้ความเจ็บปวดนั้นทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
การสร้างสาวกเป็นคำที่งดงาม และเป็นยาถอนพิษความเหงาในคริสตจักร คริสเตียนทุกคนต้องการได้รับการสร้างเป็นสาวกและต้องการสร้างคนอื่นให้เป็นสาวก เพราะในพระคริสต์ ผู้หญิงทุกคนต่างมีบางสิ่งที่จะมอบให้และมีบางสิ่งที่จะได้รับ การสร้างสาวกเป็นยาสมานแผลสำหรับชีวิตที่โดดเดี่ยว และเป็นคำตักเตือนที่เปี่ยมด้วยพระคุณต่อการพึ่งพาแต่ตัวเองและการใช้ชีวิตเป็นเอกเทศ การสร้างสาวกช่วยปลอบประโลมคนที่วิตกกังวลและต้านทานความหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง อีกทั้งยังท้าทายความคิดที่ว่าคริสตจักรเป็นสถานที่สำหรับการมานั่งเป็นผู้ชมและรับความบันเทิง การสร้างสาวกช่วยเสริมกำลังให้ผู้หญิงโสดที่ปรารถนาจะแต่งงาน และคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ วุ่นวายอยู่รอบตัว นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ผู้หญิงที่มีคำพยานถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าได้เทสิ่งที่เธอสั่งสมไว้เพื่อส่งต่อให้คนอื่นด้วย
การสร้างสาวกคือของประทานจากองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
การสร้างสาวกคืออะไร?
พูดง่ายๆ ก็คือ การสร้างสาวกคือการช่วยให้คนอื่นติดตามพระเยซู เป็นการช่วยนำพาคนอื่นให้เติบโตไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์ ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่จะเติบโตขึ้นในความรักและความรู้ในองค์พระผู้เป็นเจ้า (ฟป. 1:9) เธอจะเกิดผลที่สอดคล้องกับพระวิญญาณ (กท. 5:22-23) และดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์อย่างถ่อมใจ (2 ยน. 1:6) ความเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้อาจฟังดูเหมือนเป็นเป้าหมายที่สูงส่ง ถึงกระนั้น พระราชกิจของพระคริสต์ภายในเราก็ช่วยให้เราก้าวหน้าไปได้ น่าตื่นเต้นเพียงใดที่เราจะได้เป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น และได้ช่วยให้คนอื่นเป็นเช่นนั้นด้วย!
แต่น่าเศร้าที่ในโลกซึ่งตกอยู่ในความบาป แม้แต่สิ่งที่งดงาม น่าตื่นเต้น และยอดเยี่ยม ก็มักจะดูเหมือนเป็นเรื่องไม่สะดวกหรือไม่จำเป็น เราจำเป็นต้องตระหนักว่าการสร้างสาวกนั้นงดงามก็จริง แต่ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ด้วย องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเพียงแค่แนะนำให้เราสร้างสาวก แต่พระองค์ทรงบัญชาให้เราทำเช่นนั้น การสร้างสาวกไม่ใช่แค่เครื่องประดับตกแต่ง แต่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อชีวิต
ลองพิจารณาคำสอนที่เราได้รับในพระคัมภีร์ โคโลสี 3:16 สั่งให้เราตักเตือนกันด้วยสติปัญญาและคำสอนของพระคริสต์ 1 เธสะโลนิกา 5:14 สอนให้เราเข้าไปเคียงข้างคนที่ดื้อดึง คนที่เหนื่อยล้า และคนที่อ่อนแอ พร้อมทั้งอดทนช่วยให้เธอดำเนินชีวิตเป็นเหมือนพระคริสต์ ฮีบรู 3:13 บอกให้เราหนุนใจกันและปกป้องซึ่งกันและกันจากบาป พระคัมภีร์บัญชาให้เราช่วยเหลือกันและกันครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้หญิงคริสเตียนทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นล้วนถูกสร้างมาเพื่อการสร้างสาวก
เราจะพบการสร้างสาวกได้ที่ไหน?
คุณจะคิดอย่างไรถ้าได้รับมอบหมายให้ทำอาหารเลี้ยงคนเต็มโต๊ะด้วยสูตรอาหารที่ซับซ้อน แต่กลับไม่มีห้องครัวให้เตรียมอาหารเลย? ไม่มีเตา ไม่มีมีด ไม่มีหม้อและกระทะ พวกเราบางคนคงรู้สึกตื่นตระหนก บางคนคงสิ้นหวัง และอีกหลายคนคงหัวเราะให้กับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้แล้วยอมแพ้ไปเลย คำนิยามเรื่องการสร้างสาวกของเรามีคุณค่าก็จริง แต่เราต้องการมากกว่าแค่คำนิยาม ขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เราไม่ใช่คนทำอาหารที่ไร้ห้องครัว แต่เป็นพี่น้องผู้หญิงในพระคริสต์ที่มีคริสตจักรท้องถิ่น
คริสตจักรท้องถิ่นให้บริบทสำหรับการเริ่มต้นเชื่อฟังพระบัญญัติที่พระเจ้าประทานแก่เรา ในคริสตจักรท้องถิ่น คริสเตียนมารวมตัวกันเพื่อฟังการเทศนาข่าวประเสริฐ เราประกาศพระวจนะและทำให้พระวจนะนั้นมองเห็นเป็นรูปธรรมผ่านพิธีบัพติศมาและพิธีมหาสนิท เราทำพันธสัญญาร่วมกันและมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการปฏิบัติตามพระบัญญัติในพระคัมภีร์ เราดูแลและรับผิดชอบชีวิตต่อกันผ่านการหนุนใจและวินัยคริสตจักร และเราได้รับการเสริมสร้างเพื่อกลับไปยังบ้าน อาชีพการงาน และมิตรภาพของเรา พร้อมที่จะดำเนินชีวิตอย่างเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า คริสตจักรช่วยทำให้เป้าหมายของเราชัดเจนขึ้น และให้โครงสร้างที่รองรับการให้ความช่วยเหลือและการรับความช่วยเหลือ คริสตจักรเป็นดินดีที่การสร้างสาวกต้องการเพื่อการเติบโตงอกงาม เมื่อเรานั่งฟังพระวจนะด้วยกัน ความสัมพันธ์ในการสร้างสาวกของเราก็จะได้รับเนื้อหาที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการพูดคุย การตักเตือน และการหนุนใจกัน
ดังนั้น ในระหว่างการนมัสการวันอาทิตย์ คุณควรใส่ใจความต้องการของคนรอบข้าง สร้างความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นๆ และเรียนรู้ว่าพวกเธอกำลังอยู่ในจุดไหนในการดำเนินชีวิตกับองค์พระผู้เป็นเจ้า มองหาทั้งคนที่เดินตามหลังคุณและคนที่เดินนำหน้าคุณ จำไว้ว่าคุณมีความมั่งคั่งในพระคริสต์ทั้งที่จะมอบให้และที่จะได้รับ และไม่มีสถานที่ใดจะเหมาะไปกว่าคริสตจักรอีกแล้วในการทำสิ่งนั้น
จากนั้น ให้สิ่งที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ไหลล้นไปสู่ช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์ เมื่อนั่งเก้าอี้แถวเดียวกันในโบสถ์แล้ว ก็ให้เริ่มแบ่งปันโต๊ะอาหาร ทางเดิน และการนั่งรถไปด้วยกัน หากคุณมีเวลาจำกัด ก็ให้ชวนคนอื่นเข้ามาอยู่ในตารางชีวิตของคุณ การสร้างสาวกที่ยอดเยี่ยมจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแสดงให้คนอื่นเห็นว่าความเป็นเหมือนพระคริสต์ในชีวิตที่ธรรมดาและวุ่นวายนั้นเป็นอย่างไร บทสนทนาที่มีคุณค่านิรันดร์สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในขณะที่กำลังพับผ้า ออกไปวิ่ง ขับรถไปรับลูกที่โรงเรียน และแน่นอน ขณะนั่งดื่มกาแฟด้วยกันอย่างที่มักพูดถึงกันเสมอ
สุดท้ายนี้ พี่น้องผู้หญิงทั้งหลาย
หากคุณถูกสะกิดใจเรื่องการขาดการสร้างสาวกที่ใกล้ชิดในชีวิต ขอให้มีกำลังใจเถิด คุณไม่จำเป็นต้องจมอยู่ตรงนั้น และพระเจ้าก็ไม่ได้ทรงต้องการให้คุณเป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่ได้ทรงเอาของประทานที่ดีอย่างการสร้างสาวกมาล่อใจ แล้วกลับหยิบยื่นความเหงาให้แทน ของประทานและคำสอนในพระคัมภีร์ไม่ใช่สิ่งที่เข้าถึงไม่ได้หรือเป็นอุดมคติที่ไกลเกินเอื้อมเลย ตรงกันข้าม ในพระคริสต์ เราได้รับการอวยพรด้วย “พระพรฝ่ายจิตวิญญาณทุกประการในสวรรคสถาน” (อฟ. 1:3) จงนำข้อพระคัมภีร์อย่างทิตัส 2:3-5 และยอห์น 13:34-35 มาอธิษฐานทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และทูลขอให้พระองค์ประทานความสัมพันธ์ในการสร้างสาวก หากคุณกำลังมองหาใครสักคนเพื่อจะสร้างเขาให้เป็นสาวก ขอให้จำไว้ว่ามีผู้หญิงคนอื่นกำลังอธิษฐานขอคนอย่างคุณอยู่เช่นกัน
หลายปีต่อมา ฉันรู้สึกขอบคุณที่พระเจ้าไม่ได้ทรงปล่อยให้ฉันยืนถือบราวนี่พร้อมกับความหิวโหยการสร้างสาวกอีกต่อไป ถ้าฉันย้อนกลับไปในวงสนทนาของครอบครัวตอนนั้นได้ ฉันจะเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับลินดา คุณแม่ลูกสิบเอ็ดคนที่รักการศึกษาเรื่องของกลุ่มพิวริตัน (Puritans) มโนธรรมของเธอไวต่อการเร้าใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเธอมักจะตักตวงถ้อยคำจากบ่อน้ำลึกแห่งการท่องจำพระคัมภีร์มาใช้ในทุกบทสนทนา เธอตกลงที่จะเดินเคียงข้างฉันเป็นรายสัปดาห์ในบางช่วง และเป็นรายวันในบางเวลา เธอได้ทุ่มเทอย่างมากให้กับการดำเนินชีวิตกับพระคริสต์ ชีวิตแต่งงาน และบทบาทใหม่ในฐานะแม่ของฉัน
ฉันยังจะเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับเทเรซา มิชชันนารีที่รับใช้มา 40 ปี ผู้ชวนฉันไปที่บ้านของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า และอธิษฐานเผื่อรวมทั้งอธิษฐานร่วมกับฉันอย่างสัตย์ซื่อมาเป็นเวลาสองปี เธอเคยอุ้มลูกชายที่กำลังงอแงของฉันวางบนตักแล้วโยกปลอบเบาๆ และช่วยให้ฉันได้คิดใคร่ครวญในหัวข้อที่มีน้ำหนักมาก อย่างเช่นเรื่องการประกาศความเชื่อของเด็กเล็ก
ฉันจะพูดถึงเมแกน นักศึกษาพระคริสตธรรมสาวที่เพิ่งหมั้นหมาย เมื่อฉันแบ่งปันความทรงจำและประสบการณ์ในช่วงเวลานั้นกับเธอ ฉันพบว่าตัวเองได้หวนนึกถึงบทเรียนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสอนฉันในตอนนั้น ซึ่งเป็นบทเรียนที่ฉันในตอนนี้ก็ยังต้องการมากพอๆ กัน
สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับภาพสะท้อนพระคุณของพระเจ้าเหล่านี้ในชีวิตของฉัน ตลอดจนของประทานแห่งการสร้างสาวกและการได้รับการสร้างเป็นสาวก
เกี่ยวกับผู้เขียน
แมดิสัน เฮตซ์เลอร์ (Madison Hetzler) เป็นภรรยาของจอช เฮตซ์เลอร์ (Josh Hetzler) และเป็นคุณแม่ของแกรแฮม เฮตซ์เลอร์ (Graham Hetzler) เธอเป็นสมาชิกของคริสตจักรเดอะไฮทส์แบ๊บติสต์ (The Heights Baptist Church) ในเมืองเซาท์เชสเตอร์ฟิลด์ (South Chesterfield) รัฐเวอร์จิเนีย (Virginia) ซึ่งเธอได้รับใช้ในหลายบทบาท นอกจากนี้ แมดิสันยังชื่นชอบการเขียน การทำอาหาร และการเล่นเทนนิส