แล้วเหมือนอย่างที่คนที่พบกับปัญญาก็พบ
กับชีวิตและได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า
อย่างไรคนที่พบกับพระเยซูคริสต์ได้พบกับ
ชีวิตและได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า
อย่าง
นั้นในสุภาษิตบทที่ 7 เราได้ยินเสียงหญิง
แพทยาที่โซโลมอนอยากให้ลูกชายของเขาหลีก
เลี่ยงแล้วในบทที่ 8 นี้เราได้ยนเสียงของ
ผู้หญิงอีกคนที่มักจะถูกเรียกว่าคุณนาย
ปัญญาคือโซโลมอนสมุติปัญญาเป็นบุคคลแล้ว
เขียนจากมุมมองของเธอในข้อที่ 4 -36 ใน
ข้อที่ 4 -21 คุณนายปัญญาบรรยาย
คุณสมบัติและคุณค่าของเธอตัวอย่างเช่น
วาจาทั้งสิ้นของเราเที่ยงทำไม่มีการลด
เลี้ยวหรือบิดเบือนข้อที่ 8 ผลของเราดี
ยิ่งกว่าทองแท้สิ่งที่เราให้ลำค่ายิ่ง
กว่าเงินบริสุทธิ์ข้อ 19 นี่แหละคือเสียง
ที่ลูกชายของโซโลมอนและเราทุกคนจำเป็นจะ
ต้องเอาใจใส่และเชื่อฟังนะครับครับคือไม่
ควรจะฟังเสียงของหญิงแพทย์สยาหรือเสียง
ความบาปที่ชวนเราไปกบฏต่อพระเจ้าซึ่งจะพา
เราไปถึงเดนคนตายในที่สุดต่อมาในข้อที่
22-31 คุณนายปัญญากล่าวถึงอายุโบราณของ
เธอและประสบการณ์กับการทรงสร้างในปฐมการ
น่าสนใจนะครับพระเยโฮวาห์ทรงเป็นเจ้าของ
เราหรือมีฉบับนึงใช้คำว่าให้กำเนิดเราใน
เมื่อพระองค์ทรงเริ่มงานของพระองค์ก่อน
บรรดาพระราชกิจโบราณของพระองค์ข้อที่ 22
เราอยู่ที่นั่นเมื่อพระองค์ทรงสถาปนาฟ้า
สวรรค์เมื่อพระองค์ทรงกำหนดเส้นขอบฟ้าบน
พื้นผิวของมหาสมุทรข้อที่ 27 ในตอนนั้น
เราอยู่เคียงข้างพระองค์ตลอดเวลาเปรียม
ด้วยความปิติยินดีวันแล้ววันเล่าชื่นชม
ยินดีอยู่ตอนหน้าพระองค์เสมอข้อที่ 30
พี่น้องเราก็ต้องยอมรับกันนะครับว่านี่
เป็นคำบรรยายที่ไม่ธรรมดาเลยนะครับคือคุณ
นายปัญญาเนี่ยอยู่ก่อนสิ่งที่พระเจ้าเจ้า
ทรงสร้างทั้งหมดเลยแล้วก็เธออยู่เคียง
ข้างพระเจ้าระหว่างการสร้างโลกและที่
อัศจรรย์มากนะครับคือพระเจ้าวางรากฐานของ
โลกโดยปัญญานี้ด้วยบทที่ 3 ข้อ 19
คริสเตียนหลายๆคนในประวัติศาสตร์
คริสตจักรก็เชื่อกันว่าปัญญาที่ถูกสมมุติ
เป็นบุคคลในสุภาษิตบทที่ 8 นี้หมายถึงพระ
บุตรนิรันดร์ของพระบิดาก็คือผู้เดียวกัน
ที่เกิดมาเป็นมนุษย์คนหนึ่งชื่อพระเยซู
คริสต์แต่อาจมีพี่น้องบางคนสงสัยว่าถ้า
อย่างนั้นทำไมถึงใช้คำว่าคุณนายปัญญาเหตุ
ผลก็คือว่าในภาษาด้ำดือว่าภาษาฮีบรูเนี่ย
คำว่าปัญญาเป็นคำที่แสดงเพศหญิงนะครับ
แล้วอีกความคิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในทุก
วันนี้ก็คือว่าคุณนายปัญญาในบทที่ 8 นี้
ชี้ไปยังพระบุตรและเป็นภาพจำลองของพระ
องค์แต่ไม่ได้หมายถึงพระบุตรโดยตรงสรุป
แล้วนะครับผมว่าไม่ว่าเราจะเข้าใจว่า
สุภาษิตบทที่ 8 พูดถึงพระบุตรโดยตรงหรือ
ว่าเป็นภาพจำลองของพระบุตรประเด็นก็คือ
ว่าเรื่องปัญญาในสุภาษิตบทที่ 8 นี้
สำเร็จสมบูรณ์ในพระบุตรนิรันดร์ของพระ
เจ้าคือผู้ที่บังเกิดเป็นมนุษย์เมื่อ
2,000 ปีที่แล้วคือพระเยซูคริสต์นั่นเอง
คุณสมบัติและคุณค่าของคุณนายปัญญาในข้อ
ที่ 4 -21 เนี่ยได้สำเร็จสมบูรณ์ในพระ
บุตรนิรันดร์ของพระบิดาพระบุตรอยู่ที่
นั่นเมื่อพระบิดาทรงสถาปนาฟ้าสวรรค์และ
พระบิดาได้วรากทานของโลกโดยทางพระบุตร
ฮีบรูบทที่ 1 ข้อ 2 และข้อ 11 ผู้ที่พระ
บิดาได้สร้างโลกผ่านทางพระองค์ในตอนแรกก็
จะสร้างโลกนี้ขึ้นมาใหม่ผ่านทางพระบุตร
องค์เดียวกันในวันสุดท้ายแล้วเหมือนอย่าง
ที่คนที่พบกับปัญญาก็พบกับชีวิตและได้รับ
ความปรดปรานจากพระเจ้าอย่างไรคนที่พบกับ
พระเยซูคริสต์ได้พบกับชีวิตและได้รับความ
โปรดปรานจากพระเจ้าอย่างนั้นยอบทที่ 3
ข้อ 16 และเอเฟซัสบทที่ 2 ข้อข้อ 7 -9
เรยอบทที่ 5 ข้อ 12 บอกเราว่าผู้ที่มีพระ
บุตรก็มีชีวิตผู้ที่ไม่มีพระบุตรของพระ
องค์ก็ไม่มีชีวิตทั้งนี้นะครับเพราะพระ
เยซูยอมสละชีวิตของพระองค์บชหมายกเเขนและ
เป็นขึ้นมาจากตายเพื่อคนบาปอย่างเหล่า 1
โินบทที่ 1 ข้อ 24 เรียกพระเยซูว่าเป็น
พระปัญญาของพระเจ้าผู้ที่เป็นพระปัญญาของ
พระเจ้าที่ถูกตรึงตายเพื่อพวกเรานะครับ
สุภาษิตบทที่ 8 ก็เตือนเราถึงอันตรายของ
การปฏิเสธปัญญาด้วยนะครับคือพระคมีบอกว่า
ทุกคนที่เกลียดปัญญาก็รักความตายข้อที่ 36
เหมือนกันนะครับทุกคนที่เกลียดพระเยซูผู้
เป็นพระปัญญาของพระเจ้าก็รักความตายก็คือ
ไม่มีทางที่คนบาปเราจะพบกับชีวิตนอกเหนือ
จากพระปัญญาของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์คำ
ถามคือว่าณตอนนี้คุณกำลังวางใจในพระปัญญา
ของพระเจ้าหรือเปล่าคณกำลังตั้งความไว้
วางใจของคุณไว้ที่ไหนคขอให้วาไว้ที่พระ
เยซูพระปัญญาของพระเจ้าเส้นทางอื่นๆจะพา
เราไปสู่แดนคนตายแต่พระเยซูผู้เอาชนะความ
ตายสามารถฉูดเราาออกมาจากสภาพนี้ได้พระ
เยซูเท่านั้นนะครับสามารถช่วยคนบาปคนโง่
คนที่ไม่ได้รู้จักกับพระเจ้าได้และเมื่อ
เราเชื่อในพระเยซูผู้เป็นพระปัญญาของพระ
เจ้าเนี่ยเราจะได้มาคืนดีกับพระเจ้ามารู้
จักกับพระเจ้าและมีสามัคคีธรรมกับพระองค์
ตลอดนิรันนะครับอ