พระคัมภีร์

เรียงตามประเภทเนื้อหา

เนื้อหาพระคัมภีร์ล่าสุด

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 2 เปโตร

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรมนางรูธ 

22/03/2026

คำแนะนำสำหรับการศึกษาวิวรณ์ 📖

19/03/2026

ภาพรวมของพระธรรมวิวรณ์ (ตอนที่ 2/2) ลูกแกะ vs. พญานาค

ร้านหนังสือ

ความเชื่อแท้คือความเชื่อที่มีชีวิต 🌻

ชีวิตคริสเตียนคือชีวิตแห่งความเชื่อทุก

ก้าวที่เราเดินไปเราดำเนินโดยความเชื่อใน

พระเยซูคริสต์อย่างที่เราเห็นในชีวิตของ

อับราฮัมครับความเชื่อเป็นแรงกระตุ้นการ

เชื่อฟังของเขา

ในปฐมกาลบทที่ 22 พระเจ้าเรียกอับราฮัม

ให้ถวายอิสาอากบุตรชายที่รักของเขาเป็น

เครื่องบูชาอับราฮัมก็ไม่ลังเลไม่รีรอเขา

ก็ตอบสนองด้วยการเชื่อฟังนะครับเตื่นแต่

เช้าเตรียมตัวเตรียมเซ็งของแล้วก็พาพาลูก

ชายกับคนรับใช้ 2 คนไปที่ดินแดนโมริยา

แล้วในที่สุดนะครับเขาก็มัดอิสากไว้วาง

เขาไว้บนแท่งบูชาแล้วก็จับมีดเพื่อที่จะ

ฆ่าลูกชายของตัวเองซึ่งในวินาทีสุดท้ายนะ

ครับหรือก่อนที่เขาจะทำเนี่ยทุตสวรรค์

ห้ามอับราฮัมให้ฆ่าอิสานี่เป็นแค่บททดสอบ

เท่านั้นนะครับพระเจ้าไม่ต้องการให้

อับราฮัมฆ่าอิสอากจริงๆแต่เป็นบททดสอบ

ความเชื่อของเขาที่จริงแล้วนะครับปฐมกาล

บทที่ที่ 12 เป็นภาพสะท้อนของข่าว

ประเสริฐนะครับเรื่องนี้แรงไปถึงการที่

พระบิดาประทานพระบุตรและที่พระบุตรประทาน

พระองค์เองเป็นเครื่องบูชาสำหรับคนบาป

อย่างเราพระบิดาไม่ห่วงพระบุตรวันที่

อับราฮัมไม่ห่วงอีสากพระเจ้าพระบิดานะ

ครับให้พระเยซูรับโทษในฐานะเครื่องบูชา

แทนเราทุกคนที่เชื่อวังใจในพระองค์พระ

เจ้าพระบิดาสำแดงความรักของพระองค์ให้กับ

เราโดยการบดขยี้พระบุตรบนไนแล้วเหมือน

อย่างที่อิสาอลงมาจากเท่นบูชาอย่างมี

ชีวิตซึ่งเปรียบเสมือนเขาเป็นขึ้นมาจาก

ตายตามที่ฮีบรูบทที่ 11 บอกพระเยซูคริสต์

นะครับเป็นขึ้นมาจากตายในวันที่ 3 พระ

บิดาองค์เดียวกันที่ลงโทษพระบุตรบนไหมเขน

ได้ทำให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากตายในวันที่

3 โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์พระบุตรองค์

เดียวถูกถวายเป็นเครื่องบูชาเพื่อเหล่า

ที่เป็นคนบาปจะได้มาเป็นลูกที่รักของพระ

เจ้าแล้วนอกนั้นนะครับในพระคัมภีร์ใหม่

เนี่ยยากอบพระธรรมยากนะครับใช้ตัวอย่าง

หรือแบบอย่างในชีวิตของอับราฮัมเป็นบท

เรียนให้กับคริสเตียนเราด้วยเขาก็ใช้ตัว

อย่างตรงนี้หรือแบบอย่างของอับราฮัมเพื่อ

ให้เราได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความ

เชื่อกับการเชื่อฟันเดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง

เลยครับยากอบบทที่ 2 บอกว่าคนเขลาเหย

ฐานว่าความเชื่อโดยปราศจากการกระทำนั้น

เปล่าประโยชน์ใช่มั้ยพระเจ้าทรงถือว่า

อับราฮัมบรรพบุรุษของเราเป็นผู้ชอบธรรมก็

เพราะการกระทำของเขาที่ถวายอิสอบุตรชายบน

แท่นบูชาไม่ใช่หรือท่านก็เห็นแล้วว่าความ

เชื่อและการกระทำของเขาทำงานควบคู่กัน

ความเชื่อของเขาครบถ้วนสมบูรณ์โดยสิ่งที่

เขาได้ทำและเป็นจริงตามพระคัมภีร์ที่ว่า

อับราฮัมเชื่อพระเจ้าและความเชื่อนี้พระ

เจ้าทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมของเขาและ

เขาได้ชื่อว่าเป็นสหายของพระเจ้าก่อน

อย่างอื่นอยากจะอธิบายสั้นๆว่าในที่นี้นะ

ครับยากไม่ได้กำลังบอกว่าพระเจ้ายอมรับ

เราและประกาศว่าเราชอบทำหรือเป็นคนดี

เพราะสิ่งที่เราทำหรือการเชื่อฟังของเรา

อาจารย์เปาโลเคยอธิบายเรื่องนี้อย่างชัด

เจนในโรบทที่ 4 บทที่ 5 เลยนะครับแล้วถ้า

ยากไม่ได้สอนว่าการกระทำของเราทำให้เรา

เป็นคนดีในสายตาของพระเจ้าหรือว่าทำให้

เราได้รับการประกาศว่าเราชอบธรรมในสายตา

ของพระเจ้าถ้าอย่างนั้นแล้วนะครับอยากกอบ

กำลังสอนอะไรอยู่กำลังใช้เหตุการณ์ของ

อับราฮัมปฐมกบทที่ 22 เพื่ออะไรคือว่า

ความเชื่อที่ไม่แสดงออกเป็นการกระทำคือ

ความเชื่อที่ไร้ประโยชน์ซึ่งอับราฮัมก็

เป็นแบบอย่างที่ดีเพราะว่าความเชื่อของ

เขาทำให้เขาขึ้นไปบนภูเขาและถวายลูกของ

ตัวเองเป็นเครื่องบูชาความเชื่อในใจของ

อับราฮัมแสดงออกเป็นการกระทำเมื่อเขาถูก

เรียกให้ไปถวายอิสอากเป็นเครื่องบูชาเขา

ไม่ได้บอกว่าพระเจ้าข้าพระองค์เชื่อในพระ

องค์แต่จะไม่ทำที่จริงแล้วนะครับความ

เชื่อของเขาได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นของ

แท้โดยการถวายอิสอากเป็นเครื่องบูชาและ

พระคบิก็จะพูดได้ว่าความเชื่อและการกระทำ

ของเขาทำงานควบคู่กันนะครับในชีวิต

คริสเตียนนะครับแน่นอนนะครับเรารอดโดย

ความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้นแต่

เมื่อเรารอดแล้วนะครับในชีวิตคริสเตียน

ของเราเนี่ยความเชื่อและการกระทำมันมาควบ

คู่กันมันทำงานด้วยกันนะครับประเด็นก็คือ

ว่าพระเจ้าไม่ได้ออกแบบให้ความเชื่ออยู่

ในใจของคริสเตียนตลอดชีวิตโดยไม่ได้แสดง

ออกที่จริงแล้วนะครับความเชื่อกับการ

กระทำมันจับมือกันเป็นเพื่อนกันไม่ได้

เป็นศัตรูกันในชีวิตคริสเตียนถ้าเราถาม

ว่าเราจะรอดได้ยังไงคำตอบไม่ใช่เชื่อใน

พระเยซูและทำดีไม่ใช่ครับแต่ในเมื่อเรา

เป็นคริสตีแล้วเมื่อเราได้รอดโดยความ

เชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้นแล้วเนี่ย

เราจะดำเนินชีวิตคริสเตียนโดยความเชื่อ

ที่แสดงออกเป็นการกระทำและอย่างที่ว่า

อับราฮัมเป็นแบบอย่างของเรื่องนี้นะครับ

จะพูดอีกอย่างก็คือว่าอับราฮัมพิสูจน์ว่า

เขาเชื่อในพระยาห์เวห์ด้วยการถวายอิสอาก

เป็นเครื่องบูชาแบบอย่างของอับราฮัมแบบ

อย่างในปฐมกาลบทที่ 22 เนี่ยพิสูจน์ว่า

ความเชื่อของอับราฮัมมีชีวิตความเชื่อที่

ตายแล้วเท่านั้นที่จะไม่แสดงออกเลยความ

เชื่อที่ตายแล้วเท่านั้นที่ไม่เคลื่อนไหว

และไม่ทำให้เราลงมือทำอะไรนะครับนั่นคือ

ความเชื่อปลอมเป็นความเชื่อที่ไม่ได้มา

จากพระเจ้ามันเป็นความเชื่อที่อาจเราอาจ

จะบอกว่าอยู่ในหัวเท่านั้นแต่มันไม่ทำไม่

ไม่ได้กระตุ้นการเชื่อฟังของเราแต่ความ

เชื่อที่พระเจ้าประทานหรือใส่ไว้ในใจของ

เรานะครับคนที่พระเจ้าทำให้บังเกิดใหม่

และเชื่อในพระเยซูของคริสเตียนเราเนี่ย

มันเป็นความเชื่อที่มีชีวิตมันไม่ใช่ความ

เชื่อที่ตายแล้วมันไม่ใช่ความเชื่อที่

อยู่ในอยู่แต่ในสมองของเราเท่านั้นแต่

เป็นความเชื่อที่มีชีวิตที่แสดงออกเป็น

การกระทำเป็นความประพฤติที่สมกับเขา

ประเสริฐของพระเยซูคริสต์เพราะฉะนั้นนะ

ครับยากอบท้าทายพวกเราว่าเราอย่าอ้างว่า

เราเป็นคริสเตียนเท่านั้นเราอย่าอ้างว่า

เรามีความเชื่อเท่านั้นแต่เราควรจะ

พิสูจน์ว่าความเชื่อของเราเป็นของแท้โดย

การแสดงออกหรือว่าโดยการเชื่อฟังพระเยซู

คริสต์แน่นอนนะครับความเชื่อเป็นสิ่งที่

อยู่ในใจของเราเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่

เราสามารถมองเห็นถึงผลของมันนะครับอย่าง

เช่นถ้าผมเห็นต้นที่ออกผลเป็นรูปมะม่วงผม

ก็จะรู้ทันทีว่านั้นเป็นต้นมะม่วงถ้าผม

เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ออกผลเป็นลูก

มะพร้าวผมก็จะรู้ทันทีว่านั่นเป็นต้น

มะพร้าวเหมือนกันนะครับคริสเตียนเราควรจะ

เกิดผลแห่งความเชื่อซึ่งก็คือการเชื่อฟัง

มันการเชื่อฟังของเรานะครับเป็นหลักฐาน

ที่พิสูจน์ว่าเรามีความเชื่อแท้นะครับผม

เชื่อว่าการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง

ความเชื่อกับการกระทำเป็นสิ่งที่สำคัญ

สำหรับคริสเตียนเรานะครับอย่างเอฟับทที่ 2

บอกว่าเรารอดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ

ใช่มั้ครับนั่นคือวิธีที่เรารอดโดยพระคุณ

ของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อความเชื่อคือ

ช่องทางที่เรายอมรับความรอดจากพระเจ้าที่

เรายอมรับพระเยซูคริสต์ในฐานะพระผู้ช่วย

ให้รอดของเราแล้วต่อมานะครับในข้อที่ 10

เนี่ยอาจารย์เปาโลเขียนไว้ว่าเราเป็นฝี

ประหัสของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระ

เยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดีเฟซัสบทที่ 2

ข้อ 8-9 พูดถึงว่าเราลอดโดยพระคุณผ่านทาง

ความเชื่อไม่ใช่มาจากการกระทำแต่ต่อมานะ

ครับในข้อที่ 10 ตรงนี้พระคมีบอกว่าเรา

ถูกสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำ

การดีเพราะฉะนั้นเราไม่ได้รอดโดยการทำดี

แต่เรารอดเพื่อให้ทำการดีการทำดีคือสิ่ง

ที่จะตามมาเมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซู

คริสต์แน่นอนไม่ได้หมายความว่าการเชื่อ

ฟังของเราจะไม่มีข้อบกพร่องหรือจะดีพร้อม

นะครับแน่นอนเรายังอยู่ในกระบวนการแห่ง

การถูกชำระให้บริสุทธิ์ทุกๆวัน

แต่พระเจ้าออกแบบให้ความเชื่อเป็นสิ่งที่

แสดงออกเป็นการกระทำนะครับความเชื่อที่

ไม่แสดงออก

ปี 2 ปี 3 ปี 5 ปี 6 ปี 20 ปี 50 ปีไม่

ใช่ความเชื่อแท้นะครับมันไม่ใช่ของแท้นะ

ครับเพราะว่าอย่างที่ว่าพระเจ้าออกแบบให้

ความเชื่อเป็นสิ่งที่แสดงออกมันเป็นสิ่ง

ที่อยู่ใน DNA ของความเชื่อนะครับมันจะ

อยู่เฉยๆไม่ได้ความเชื่อที่พระเจ้าประทาน

ให้เราไม่ได้ขี้เกียจครับไม่ได้อยู่เฉยๆ

ไม่ได้อยู่ในใจของเราเฉยๆมันจะแสดงออก

ผ่านการกระทำของเราต้นไม้ประเภทเดียวที่

ไม่ออกผลหรือไม่เติบโตนั้นคือต้นไม้ที่

ตายแล้วเหมือนกันนะครับคนที่อ้างว่าเป็น

คริสเตียนแต่ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย

ไม่มีการแสดงออกไม่ได้รักพระเจ้าจริงๆไม่

ได้รักพระเยซูคริสต์จริงๆไม่ได้รักพี่

น้องของตนไม่ได้เคยผลของพระวิญญาณไม่ทำ

ไม่เคยทำอะไรสักอย่างที่พิสูจน์ว่าความ

เชื่อของเขานั้นเป็นของแท้คนนั้นนะครับ

กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้เชื่อปลอม

เพราะว่าเขามีความเชื่อปลอมนะครับก็ขอให้

เราพิจารณาตัวเองด้วยนะครับว่าความเชื่อ

ของเรามันมาจากพระเจ้าหรือมาจากโลกนี้มา

จากเนื้อหนังนั้นก็ขอพระเจ้าช่วยเรานะ

ครับที่จะพิสูจน์ความเชื่อของเราด้วยการ

กระทำและอย่างที่ยากอบว่านะครับความเชื่อ

ของเขาครบถ้วนสมบูรณ์โดยสิ่งที่เขาได้ทำ

เหมือนกับว่าความเชื่อของอับราฮัมมาครบวง

จรโดยการเชื่อฟังเพราะว่าความเชื่อไม่ได้

ถูกออกแบบไว้ให้อยู่เฉยๆพระเจ้าต้องการ

ให้ความเชื่อของเราแสดงออกเป็นการกระทำ

อาจารย์เปาโลนะครับสนับสนุนสิ่งที่ยากสอน

ในยากอบบทที่ 2 ด้วยนะครับอาจารย์เปาโล

บอกว่าเพราะว่าในพระเยซูคริสต์นั้นการ

เข้าสุนัทหรือไม่เข้าสุนัทไม่เกิด

ประโยชน์อันใดแต่ความเชื่อซึ่งแสดงออก

เป็นการกระทำด้วยความรักนั้นสำคัญเพราะ

ฉะนั้นนะครับขอถามพี่น้องเราว่าเมื่อเรา

อ่านพระคำของพระเจ้าเนี่ยเราใส่ใจกับพระ

คำของพระเจ้านี้และยอมรับในสิ่งที่พระ

คัมภีร์เขียนด้วยความเชื่อหรือเปล่าเมื่อ

เราอ่านพระคำของพระเจ้าเนี่ยอย่างเช่น

สมมุติเราอ่านพระธรรมมัทธิวคำเทศนาของพระ

เยซูบนภูเขามัธิ

แล้วสิ่งที่พระเยซูสอนเมื่อเราอ่านสิ่ง

ที่พระเยซูสอนเราได้ใส่ใจกับสิ่งที่พระ

เยซูพูดและตั้งใจโดยพระคุณของพระเจ้าว่า

จะเชื่อฟังพระเยซูคริสต์หรือเปล่านี่คือ

คำถามที่ดีสำหรับเรานะครับเพื่อช่วยในการ

สัสำรวจตัวเองว่าเราเอาจริงเอาจันทร์กับ

พระเจ้าหรือเปล่าเรามีความเชื่อที่แท้

จริงหรือเปล่าชีวิตคริสเตียนคือชีวิตแห่ง

ความเชื่อทุกก้าวที่เราเดินไปเราดำเนิน

โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์อย่างที่เรา

เห็นในชีวิตของอับราฮัมครับความเชื่อเป็น

แรงกระตุ้นการเชื่อฟังของเขาความเชื่อคือ

สิ่งที่กระตุ้นการกระทำของทุกคนในฮีบรูบท

ที่ 11 พี่น้องจำได้มั้ครับเช่นอาเบลถวาย

เครื่องบูชาที่ดีกว่าให้กับพระเจ้าโดย

ความเชื่อโนวาห์สร้างเรือโดยความเชื่อ

อับราฮัมและซาลาทำสิ่งต่างๆโดยความเชื่อ

ชาวอิสราเอลกับเ่อโยชวาห์เดินรอบเมือง

เยโคโดยความเชื่อเราก็อยากให้ชีวิตของเรา

เป็นเหมือนคนเหล่านี้นะครับก็คือเรา

ดำเนินชีวิตโดยความเชื่อคืออย่างเช่น

เมื่อเราเชื่อว่าทรัพย์สมบัติที่แท้จริง

อยู่บนสวรรค์ทรัพย์สมบัติที่แท้จริงของ

เราอยู่บนสวรรค์มันช่วยให้เราไม่สะสม

ทรัพย์รับสมบัติไว้บนโลกนี้เพราะความ

เชื่อนะครับทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่ดี

ที่สุดสิ่งที่ถาวรที่สุดอยู่บนสวรรค์ไม่

ต้องบอกมุ่นอยู่แต่กับสิ่งที่อยู่บนโลก

นี้แน่นอนเราอาศัยอยู่บนโลกนี้แต่เราไม่

ได้พยายามที่จะสร้างอาณาจักรของเราไว้บน

โลกนี้นี่คือสิ่งที่ความเชื่อจะช่วยให้

เราทำนะครับมันเป็นแหล่งกระตุ้นที่อยู่

เบื้องหลังการไม่สะสมทรัพย์สมบัติไว้บน

โลกนี้แต่มันทำให้เราจับตามองที่พระเยซู

และสัพย์สมบัติที่เรามีบนสวรรค์ที่ดีกว่า

และถาวรกว่าหรือถ้าสมมุตินะครับเราเชื่อ

ว่าพระเยซูได้เป็นขึ้นมาจากตายจริงๆและ

เราจะเป็นขึ้นมาจากตายในวันสุดท้ายด้วย

เราก็สามารถทำงานเพื่อพระเยซูเราสามารถ

ปฏิบัติรับใช้กษัตริย์เยซูของเราโดยรู้

ว่าการงานของเรามันไม่เป่าประโยชน์ใช่มั้

ครับเพราะความเชื่อให้เราเข้าใจและรู้และ

มีความมั่นใจว่ายังไงเดี๋ยวพระเจ้าจะทำ

ให้เราเป็นขึ้นมาจากตายในวันสุดท้ายเมื่อ

เราเข้าใจอย่างนี้แล้วนะครับมันจะช่วยให้

เราทำงานด้วยความมั่นใจว่าพระเจ้าจดจำ

สิ่งที่เราทำมันจะไม่ได้เป่าประโยชน์วัน

หนึ่งพระเจ้าจะประทานบำเหน็จให้กับเรามัน

ไม่ได้เสียเปล่าครับมันจะไม่ใช่สิ่งที่

ถูกลืมเมื่อเราตายไปเพราะพระเจ้าจะทำให้

เราเป็นขึ้นมาจากตายและประทานบำเหนิให้

กับเราและนอกนั้นนะครับถ้าสมมุติเราเชื่อ

ว่าซึ่งเราควรจะเชื่อนะครับคริสต์เราทุก

คนถ้าเราเชื่อว่าพระเยซูจะกลับมาในอนาคต

และพิพากษาลงโทษผู้ไม่เชื่อทุกคนถ้าเรา

เชื่ออย่างนั้นความจริงนี้นะครับจะช่วย

ให้เรามีแรงจูงใจในการประกาศกับผู้ไม่

เชื่อมันจะช่วยกระตุ้นการประกาศข่าว

ประเสริฐของเราเพราะเราอยากให้คนเหล่านี้

รู้จักพระเยซูรู้จักทางแห่งความรอดนะครับ

นี่คือตัวอย่างไม่กี่ตัวอย่างนะครับแต่

อยากให้เราประเด็นที่อยากจะสื่อสารคือว่า

ความเชื่อคือสิ่งที่กระตุ้นการกระทำของ

เรากระตุ้นการเชื่อฟังของเราเหมือนอย่าง

ที่เราได้เห็นในชีวิตของอับราฮัมนะครับ

เราอยากให้ทุกสิ่งในชีวิตคริสเตียนของเรา

เกิดมาจากความเชื่อในพระเยซูข่าวประเสริฐ

และคำสัญญาของพระเจ้านะครับเมื่อเรารับ

รู้ในสิ่งที่พระคำของพระเจ้าสอนความเชื่อ

ของเรายอมรับสิ่งเหล่านี้และนำไปสู่การ

เชื่อฟังนำไปสู่การกระทำที่สมกับพระคำของ

พระเจ้าที่ให้เกียรติพระคำของพระเจ้าใน

ฐานะพระคำของพระเจ้าก็ขอพระเจ้าเสริม

กำลังให้กับเราทุกคนนะครับชีวิตคริสตีนี้

จะไม่ได้เพเfectจะไม่ได้สมบูรณ์ไม่ดี

พร้อมนะครับแต่ขอให้เราเติบโตในความเชื่อ

ต่อๆไปให้เราเชื่อฟังกษัตริย์เยซูของเรา

และพิสูจน์ว่าความเชื่อของเราเป็นของแท้

ขอพระเจ้าอวยพรนะครับพี่น้องครับ

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปกป้องโดย reCAPTCHA — ความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนด

หมวดหมู่เนื้อหา

ทรัพยากรเพิ่มเติม