พระคัมภีร์

เรียงตามประเภทเนื้อหา

เนื้อหาพระคัมภีร์ล่าสุด

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 2 เปโตร

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรมนางรูธ 

22/03/2026

คำแนะนำสำหรับการศึกษาวิวรณ์ 📖

19/03/2026

ภาพรวมของพระธรรมวิวรณ์ (ตอนที่ 2/2) ลูกแกะ vs. พญานาค

ร้านหนังสือ

มารีย์กับมารธา 🧹

ในลูกบทที่ 10 ข้อ 38-42 มีเรื่องราว

เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการที่พระเยซูแวะ

เยี่ยมบ้านผู้หญิง 2 คนนะครับพี่น้อง 2

คนชื่อมาทากับมารีซึ่งในเรื่องราวนี้นะ

ครับเราก็เห็นว่าผู้หญิง 2 คนนี้มีจุด

โฟกัสที่แตกต่างกันคือพระคัมภีร์บอกว่า

มารีน้องสาวของมาทานั่งอยู่แทบพระบาทของ

องค์พระผู้เป็นเจ้าและฟังคำตรัสของพระ

องค์ฝ่ายมาทาวุ่นอยู่กับการตรัสเตรียม

สิ่งทั้งปวงที่ต้องทำเพราะฉะนั้นสรุปสรุป

นะครับมารีกำลังใช้เวลากับพระเยซูกำลัง

นั่งฟังพระองค์สอนส่วนมาทาเนี่ยกำลังมุ่น

อยู่กับการรับใช้นะครับพี่สาวไม่พอใจน้อง

สาวของเขาเพราะอะไรเพราะเขาไม่ช่วยทำงาน

ครับเขาไม่ช่วยในการปฏิบัติรับใช้เดี๋ยว

ฟังคำพูดของเขากับพระเยซูนะครับว่าพระ

องค์เจ้าข้าพระองค์ไม่ทรงห่วงยายบ้างหรือ

ที่น้องสาวปล่อยให้ข้าพระองค์ทำงานอยู่คน

เดียวโปรดบอกให้นางมาช่วยข้าพระองค์เถิด

แต่พระเยซูนะครับไม่ตอบตามที่นางนาง

ต้องการนะครับคือพระเยซูพูดกับเขาว่ามาทา

มาทาเอ๋ยเธอวาวุ่นกังวลในหลายสิ่งนักแต่

มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จำเป็นมารี

ได้เลือกสิ่งที่ดีกว่าและไม่มีใครจะเอา

สิ่งนั้นไปจากนางได้เพราะฉะนั้นนะครับจาก

คำพูดของพระเยซูตรงนี้เราเห็นว่าพระเยซู

ช่วยให้มาทาเห็นปัญหาในหัวใจของเขาก่อนนะ

ครับว่าเขาว้าวุ่นกังวลนะครับและจากนั้น

นะครับพระเยซูก็พูดประมาณว่าสิ่งที่มาลี

ทำเนี่ยคือการนั่งใกล้พระเยซูและฟังพระ

องค์สอนเนี่ยเป็นสิ่งที่ถูกต้องเป็นสิ่ง

ที่ดีกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะครับไม่มี

ใครจะสามารถเอาสิ่งนั้นไปจากนางได้เพราะ

ฉะนั้นนะครับเราก็เห็นว่าพระเยซูตักเตือน

มาทาด้วยความรักแล้วก็ชื่นชมในสิ่งที่

มารีทำแต่จากคำพูดของพระเยซูตรงนี้นะครับ

อาจจะมีคนบางคนสรุปว่าถ้าอย่างนั้นนะครับ

ถ้าพระเยซูชื่นชมมารีแล้วก็ตักเตือนแล้ว

ว่าสั่งสอนสอนมาทาแสดงว่าการปนิบัติรับ

ใช้หรือการรับใช้เนี่ยเป็นสิ่งที่ไม่ดี

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่พระเยซูกำลังสื่อ

สารครับแต่พระองค์ก็พูดถึงจุดโฟกัสของหัว

ใจของมาทาเพราะฉะนั้นนะครับสำหรับมาทา

แล้วเนี่ยเขาให้ความสำคัญกับการรับใช้มาก

กว่าการใช้เวลากับพระเยซูครับการรับใช้

เป็นสิ่งที่ดีมันไม่ได้ผิดในตัวมันเองแน่

นอนนะครับแต่ถ้าสิ่งนั้นทำให้เราไม่สนใจ

พระเยซูหรือทำทำถ้าสิ่งนั้นดึงความสนใจไป

จากพระเยซูเราก็จัดลำดับความสำคัญอย่าง

ไม่ถูกต้องนะครับเราก็ต้องจัดลำดับความ

สำคัญให้ถูกต้องและสำหรับมาทานะครับเขาก็

ให้ความสำคัญกับการปรนิบัติรับใช้มากกว่า

การใช้เวลากับพระเยซูเมื่อมารีนั่งฟังพระ

เยซูใช้เวลากับพระเยซูเขาก็กำลังทำในสิ่ง

ที่สำคัญที่สุดในบ้านเรานั้นในเวลานั้นใน

เมื่อมารีทำตัวแบบนี้นะครับพระเยซูจะไม่

ห้ามเขาจุดโฟกัสของมารีอยู่ที่ตัวพระเยซู

เองส่วนจุดโฟกัสของมาทาเนี่ยมันเป็นเซ็ง

อื่นที่ไม่ใช่ตัวพระเยซูคริสต์เองเหมือน

กับว่าเขาลืมพระเยซูนะครับเหมือนกับว่า

เขายุ่งเกินไปที่จะใช้เวลากับพระองค์แล้ว

เขาก็อยากให้มารีมาช่วยเขาอยากดึงมารีออก

จากสถานการณ์เพื่อเขาจะมาช่วยทำงานแต่พระ

เยซูไม่ให้มารีก็ไม่ยอมให้สิ่งใดๆประดึง

ความสนใจไปจากพระเยซูณตอนนั้นนะครับเค้า

ใช้เวลากับพระองค์นั่งแทบเท้าของพระเยซู

อาจจะมีอย่างอื่นที่เขาต้องทำนะครับแต่

มารีเนี่ยจัดลำดับความสำคัญอย่างถูกต้อง

นะครับใช้เวลากับพระเยซูก่อนให้ความสำคัญ

กับพระเยซูก่อนพระเยซูมาแหวกเยี่ยมเรามา

ที่บ้านเราเราจะรักทุกสิ่งและใช้เวลากับ

พระองค์แต่มาทาก็มองไม่เห็นสิ่งนี้นะครับ

เขาก็หมกมุ่นอยู่กับสิ่งอื่นแทนพระเยซู

คริสต์เพราะฉะนั้นนะครับให้เราจำไว้ว่า

ปัญหาหาหลักของมาธาไม่ใช่การรับใช้ในตัว

มันเองการทำงานของมาทาหรือว่าการรับใช้

ของเขาในเวลานี้นะครับเป็นเพียงแค่อาการ

แต่ปัญหาอยู่ที่หัวใจพี่น้องลองจินตนาการ

ดูนะครับว่าถ้าเรายุ่งกับการปริบัติรับ

ใช้จนไม่สามารถใช้เวลากับพระเยซูคือเรา

ยุ่งกับการรับใช้พระเยซูจนเราไม่สามารถ

ใช้เวลากับพระองค์เราก็มีปัญหาใช่มั้ครับ

เพราะว่าในสถานการณ์นี้ก็คล้ายๆกันนะครับ

มาทาไม่มีเวลาสำหรับพระเยซูเพราะเขารู้

สึกว่าต้องหลับฉายพระองค์ต้องทำงานเพื่อ

แขกที่มาบ้านที่ก็คือพระเยซูคริสต์เอง

เพราะฉะนั้นนะครับให้เราเช็คดูดีๆว่าพระ

เยซูเป็นศูนย์กลางของชีวิตเราหรือเปล่า

เมื่อเรารับใช้พระองค์เมื่อเราทำงานใน

โบสถ์เมื่อเราประกาศอะไรก็แล้วแต่ที่เรา

ทำสอนในบวชอะไรก็แล้วแต่ปฏิบัติรับใช้

เอ่อทำนู่นนี่นั่นพระเยซูเป็นศูนย์กลาง

ของสิ่งเหล่านั้นหรือเปล่าครับพระเยซู

เป็นศูนย์ส่วนกลางของการรับใช้ของเราหรือ

เปล่าพระเยซูเป็นความปรารถนาหลักของเรา

หรือเปล่า

แต่ไม่ใช่เพียงแค่ในการรับใช้ด้วยครับแต่

ทั้งชีวิตของเราพระเยซูเป็นศูนย์กลางหรือ

เปล่าพระเยซูเป็นทรัพย์สมบัติของเราอยู่

หรือเปล่าเราอย่าลืมนะครับว่าในยอห์บทที่

17 ข้อ 3 พระเยซูอธิบายว่าหัวใจหลักของ

ชีวิตนิรันดร์คืออะไรพระองค์บอกว่ามันคือ

การรู้จักพระเจ้าก็คือพระบิดาและพระเยซู

คริสต์ชีวิตนิรันดร์หัวใจหลักของชีวิต

นิรันดร์อยู่ที่การรู้จักพระเจ้าของเรา

การมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าของเราการมี

สามัคคีธรรมกับพระเจ้าของเราถ้าการรับใช้

ของเราดึงความสนใจไปจากผู้ที่เรากำลังรับ

ใช้แสดงว่าเราพลาดนะครับเราพลาดสิ่งที่ดี

ที่สุดสิ่งที่มารีได้เลือกในสถานการณ์นี้

ถามว่าพันธกิจมีไว้เพื่ออะไรการรับใช้มี

ไว้เพื่ออะไรก็แน่นอนนะครับเพื่อพระ

เกียรติของพระเจ้าแต่ลองลงมาก็คือเพื่อ

ช่วยให้คนอื่นได้รู้จักกับพระเจ้า

เตรียกานุภาพเพื่อช่วยให้คนเติบโตสู่ความ

เป็นผู้ใหญ่ในพระเยซูคริสต์ใช่มั้ครับ

หรือถ้าถามว่าพระเยซูตายเพื่ออะไร 1 เปโต

บทที่ 3 ข้อ 18 บอกว่าพระคริสต์ทรงทน

ทุกข์ครั้งเดียวเป็นพอเพราะบาปคือพระองค์

ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรมเพื่อจะนำ

พวกท่านไปถึงพระเจ้าเป้าหมายคือการกลับไป

หาพระเจ้าการไปคืนดีกับพระเจ้าขอพูดอีก

ครั้งหนึ่งครับเราต้องจับลำดับความสำคัญ

ให้ถูกต้องอย่าให้การรับใช้พระเจ้ากลาย

เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าตัวพระเจ้าเองหรือ

อย่าให้สิ่งใดๆในชีวิตมีความสำคัญมากกว่า

พระเจ้าผู้เป็นชีวิตของเรานะครับเราจะ

ต้องปกป้องตัวเองจากการทำให้การรับใช้

หรือทำให้สิ่งอื่นๆในชีวิตของเรามีความ

สำคัญ

มากกว่าพระเยซูคริสต์เพราะฉะนั้นนะครับขอ

หนุนใจนะครับให้เราทุกคนระวังหัวใจของตัว

เองนะครับระวังแรงจงใจของเราเราอยากให้

การรับใช้ของเราการปริบัติรับใช้ของเรา

ไล่ล้นออกมาจากหัวใจที่มีพระเยซูคริสต์

เป็นสูตรกันนะครับขอพูดอีกครั้งนึงนะครับ

ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การรับใช้เองหรือ

ไม่ได้อยู่ที่การรับใช้พระเจ้าแต่เราต้อง

ระวังการแทนที่พระเจ้าด้วยการรับใช้นะ

ครับในการสร้างสาวกของเราเนี่ยเราอย่า

ละเลยการเรียนรู้จากพระเยซูคริสต์ด้วยตัว

เองด้วยนะครับในเมื่อเราสอนคนอื่นเราอย่า

เราอย่าลืมนะครับที่จะเรียนรู้จากพระองค์

ที่จะใช้เวลากับพระองค์ที่จะรักพระองค์

ไม่ว่าเราเป็นคริสเตียนมานานแค่ไหนนะครับ

เราก็ยังเป็นลูกของพระเจ้าเราเราก็ยัง

เป็นลูกศิษย์ของพระเยซูเราก็ยังเป็นสาวก

ของพระเยซูเราไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้สอน

หรือผู้รับ

เท่านั้นนะครับตัวเองก็ยังเป็นลูกของพระ

องค์เองก็ยังเป็นลูกศิษย์เป็นสาวกของพระ

เยซูด้วยนะครับถ้าการสร้างสาวกหรือการรับ

ใช้เปรียบเสมือนการทำอาหารให้คนอื่นเราก็

ต้องไม่ลืมที่จะกินด้วยตัวเองด้วยครับเรา

ต้องไม่ลืมที่จะกินข้าวที่เราทำให้กับคน

อื่นอย่างเช่นผมกำลังสอนผ่านทางคลิปวดีโอ

นี้ผมก็ต้องละฟังและเชื่อฟังในสิ่งที่พระ

คัมภีร์สอนด้วยไม่ใช่แค่บอกให้คนอื่น

เชื่อฟังนะครับเราต้องระวังนะครับที่เรา

ไม่ทำให้การรับใช้ของเรากลายเป็นแสหน้า

กากที่ปกปิดหัวใจที่ไม่ได้รักพระเยซูเรา

ต้องปกป้องความสัมพันธ์ของเรากับพระเยซู

นะครับเราไม่ควรมองว่าการเป็นคริสเตียน

เป็นอาชีพของเราหรือเป็นการงานของเราเรา

ไม่ใช่คริสเตียนแบบมืออาชีพครับเราอาจจะ

เป็นศิยภิบาลหรืออาจจะทำงานองค์กร

คริสเตียนอะไรอย่างเงี้ยแต่เราก็ยังเป็น

ลูกของพระเจ้าอยู่นะครับพระนกิจติดการรับ

ใช้สิ่งเหล่านี้นะครับอาจจะเป็นงานของเรา

อาจจะเป็นอาชีพของเราแต่เราอย่าลืมนะครับ

ว่าเราไม่ใช่คริสเตียนแบบมืออาชีพนะครับ

การเป็นคริสเตียนไม่ใช่อาชีพของเรานะครับ

แต่มันเป็นชีวิตของเราและเมื่อเราหยุดพัก

จากการรับใช้ซึ่งเราทุกควรควรจะทำครับก็

ต้องมีการหยุดพักบ้างเมื่อเราหยุดพักจาก

การรับใช้นะครับเราจะหยุดพักจากการใช้

เวลากับพระเยซูครับเราจะคิดว่าการอ่านพระ

คัมภีร์การอธิษฐานการใช้เวลาตามคิดทำกับ

พี่น้องเป็นงานของเราเท่านั้นเราอาจจะ

ต้องอ่านพระคัมภีร์เพื่อเตรียมสอนอาจจะ

ต้องใช้เวลาอธิษฐานเผื่อพี่น้องในที่ใน

การดูแลของเราอาจจะต้องเ่อทำหลายสิ่งหลาย

อย่างที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนะครับแต่เรา

จะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่งานของ

เราก็คือเมื่อเราหยุดพักจากการรับใช้เรา

จะหยุดพักจากการใช้เวลากับพระเยซูต้องให้

อาหารไฟวิญญาณกับตัวเองด้วยนะครับเราต้อง

รับจากพระเยซูผู้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดพบ

เราด้วยนะครับก็สิ่งหนึ่งนะครับที่อาจจะ

ช่วยเราในเรื่องนี้ได้คือการสร้างความ

สัมพันธ์กับคนอื่นๆที่ช่วยให้เราอย่างราก

เลึกขึ้นกับพระเยซูและข่าวประเสริฐของพระ

องค์นะครับเราสามารถเรียนรู้จากคนที่เป็น

ผู้ใหญ่มากกว่าเรามีประสบการณ์มากกว่าเรา

ว่าเขาทำยังไงเทำตัวยังไงเขาใช้ชีวิตกับ

พระเยซูยังไงเขามีความสัมพันธ์กับพระเจ้า

แบบไหนนะครับเราสามารถดูชีวิตของเขาและ

เรียนรู้จากตัวอย่างของเขาได้แบบอย่างของ

เขาได้นะครับแล้วก็อีกอย่างนึงนะครับคือ

ให้เรามองชีวิตของเราผ่านเลนของนิรันดการ

สิ่งนี้จะช่วยให้เราเอ่อตระหนักว่าอะไร

ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราสิ่งที่สำคัญ

ที่สุดคือตัวพระเจ้าเองนะครับเราไม่

สามารถมองข้ามพระเจ้าของเราได้และอีกข้อ

นึงนะครับคือให้การใช้เวลากับพระคำขอพระ

เจ้าของเราเกิดขึ้นด้วยท่าทีที่ยอมจำนน

และถอกใจสิ่งนี้นะครับช่วยให้เราจำไว้ว่า

เราไม่ได้เพียงแค่เอ่อเตรียมสอนหรืออ่าน

พระคัมภีร์เพื่อแบ่งปันกับคนอื่นแต่เป็น

สิ่งที่เราอยากจะรับฟังก่อนเราอยากจะยอม

จำนนต่อพระคำของพระเจ้าด้วยตัวเองก่อนและ

จากนั้นเราจะสามารถแบ่งปันกับคนอื่นได้นะ

ครับแล้วก็ให้เราสร้างนิสัยการทำทุกสิ่ง

เหมือนทำตอนหน้าพระบิดาไม่ใช่ให้คนอื่น

เห็นเราไม่อยากแสดงละครนะครับเราไม่อยาก

ให้การรับใช้ของเราหรือชีวิตคริสเตียนของ

เราเปรียบเสมือนการแสดงละครเราอยากทำทุก

อย่างเหมือนกับว่าอยู่ต่อหน้าพระเจ้าของ

เราเพื่อพระเกียรติของพระองค์นะครับและ

สุดท้ายนะครับเราอย่าลืมที่จะทบทวนข่าว

ประเสริฐของพระเยซูคริสต์บ่อยๆอย่างที่

อาจารย์ปาโลบอกว่าพระคริสต์ละข้าพเจ้าและ

สละพระองค์เองหรือประทานพระองค์เองเพื่อ

ข้าพเจ้าขอพระเจ้าอวยพรนะครับพี่น้องครับ

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปกป้องโดย reCAPTCHA — ความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนด

หมวดหมู่เนื้อหา

ทรัพยากรเพิ่มเติม