พระคัมภีร์

เรียงตามประเภทเนื้อหา

เนื้อหาพระคัมภีร์ล่าสุด

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 2 เปโตร

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรมนางรูธ 

22/03/2026

คำแนะนำสำหรับการศึกษาวิวรณ์ 📖

19/03/2026

ภาพรวมของพระธรรมวิวรณ์ (ตอนที่ 2/2) ลูกแกะ vs. พญานาค

ร้านหนังสือ

22 กุมภาพันธ์ 2025

เหตุผลที่ทำให้เราไม่ยอมลงวินัย และเหตุผล 8 ข้อที่ทำให้มันใช้ไม่ได้

Read the original English article at 9Marks
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2018
บันทึก (0)
Please login to bookmark Close

“การลงวินัย” คำนี้เป็นคำที่ทำให้หลายคนกลัวจนตัวสั่น หัวข้อนี้เต็มไปด้วยคำถาม คำถามเกี่ยวกับความยุติธรรม เกี่ยวกับการให้อภัย ความเมตตาปราณี และความรัก หัวข้อนี้ก็เต็มไปด้วยคำกล่าวหา คำกล่าวหาเรื่องของความความยโสโอหัง การแตกแยก เรื่องของการถือว่าตัวเองชอบธรรมและการตัดสินคนอื่น

และถ้าเราคิดตามความเป็นจริง เรากลัวสิ่งที่คนอื่นจะคิดเกี่ยวกับคริสตจักรของเรา ถ้าเราชาวคริสเตียนผู้ซึ่งได้รับการอภัยบาปจากพระเยซูใช้การลงวินัยตัดสินคนอื่นเมื่อเขาทำบาป ชาวบ้านจะคิดกับเราอย่างไร

ผมเข้าใจว่าทำไมหลายคนต่อต้านการลงวินัย ว่าทำไมหลายคนลังเลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ผมอยากจะบอกว่าเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะคิดถึงสิ่งที่คนอื่นจะคิดเกี่ยวกับเรามากไปนิดนึง ข้ออ้างเหล่านี้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่คนอื่นคิดมากเกินไป เราอยู่ในยุคสมัยของการไม่ตัดสินเรื่องของคนอื่น และมันทำให้เรารู้สึกว่าการลงวินัยคือการตัดสินคนอื่น และการตัดสินคนอื่นไม่ทำให้เกิดผลดีแน่ๆ

ไม่จริงหรือที่เราก็ควรที่จะให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของคริสตจักรของเรา พระเยซูเป็นคนสอนเองว่าพระองค์ต้องการให้เราส่องแสงสว่างเสมือนเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่ไม่สามารถปิดบังแสงสว่างได้ (มันธิว 5:14-16) พระองค์ต้องการให้โลกรู้ว่าเราเป็นสาวกของพระองค์ด้วยการที่เรารักกัน (ยอห์น 13:34)

ดังนั้น คำถามสำคัญก็คือ การลงวินัยและการดูแลรักษาชื่อเสียงของคริสตจักรท้องถิ่นเกี่ยวข้องกันอย่างไรอย่างไร

ไม่นานมานี้ ผมได้อ่านพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ในเวลาเฝ้าเดี่ยวของผม และอัครสาวกเปาโลช่วยให้ผมคิดเรื่องนี้ด้วยการถามคำถามเดียวกัน แต่ถามในอีกแบบหนึ่ง คำถามไม่ใช่ “การลงวินัยจะสื่อสารอะไรเกี่ยวกับคริสจักรของเรา” คำถามที่ดีกว่านั้นก็คือ “การที่เราปล่อยปะละเลยการลงวินัยนี้จะสื่อสารอะไรเกี่ยวกับคริสจักรของเรา” เปาโลสอนว่าการที่เราไม่ยอมลงวินัยกับสมาชิกคริสจักรที่ไม่ยอมกลับใจจากบาป (นั้นคือ การเอาชื่อของเขาออกจากรายชื่อสมาชิก ไม่อนุญาติให้เขาเข้าร่วมพิธีมหาสนิท เพื่อที่จะให้เขาได้รู้สำนึกว่าบาปของเขาอาจจะเป็นหลักฐานว่าความศรัทธาของเขาอาจจะไม่เป็นความศรัทธาที่แท้จริง) การที่เราไม่ยอมลงวินัยนั้นมีผลเสียอย่างน้อย 8 ข้อ

ไม่น่าแปลกใจว่า 8 ข้อนี้ก็คือ 8 อย่างที่เรากลัวว่าชาวบ้านจะคิดเกี่ยวกับเราถ้าเราเชื่อในการลงวินัย

อย่างแรกคือ เราคิดว่าการลงวินัยนั้นมาจากความเย่อหยิ่ง แต่ในความเป็นจริง เปาโลสอนว่า การที่เราไม่ยอมลงวินัยต่างหากที่เกิดจากความเย่อหยิ่ง

เราคิดว่าตรรกะเป็นอย่างนี้: เราเป็นใคร ที่จะคิดว่าเรามีสิทธิที่จะตัดสินคนอื่น? เราทุกคนเป็นคนบาปเหมือนกันไม่ใช่หรือ? การลงวินัยดูเหมือนการที่เราตัดสินว่าบาปของคนอื่นนั้นชั่วร้ายมากกว่าบาปของเราเอง ทำเสมือนว่าบาปของจนอื่นสมควรต่อการโดนตำหนิในที่สาธารณะ ในขณะเดียวกัน บาปของเราไม่ได้ชั่วร้ายพอ

ปัญหาคือ ตรรกะของเปาโลในจดหมาย 1 โครินธ์ 5:1-2 นั้นเป็นอีกแบบนึงเลย “คนหนึ่งเอาภรรยาของบิดามาเป็นภรรยาของตน และพวกท่านยังผยอง! ท่านน่าจะโศกเศร้าเสียใจและเลิกคบคนที่ทำเช่นนั้นไม่ใช่หรือ?” พูดอีกแบบหนึ่งก็คือ การที่เราไม่ยอมลงวินัยนั้นเป็นเสมือนการที่เราเปลี่ยนความหมายที่พระคัมภีร์สอนเกี่ยวชีวิตของคริสเตียน นี่เป็นเสมือนการเขียนทับพระคัมภีร์พระคัมภีร์

อย่างที่สอง เราคิดว่าการลงวินัยนั้นทำให้เกิดความแตกแยก แต่ว่าเปาโลสอนว่าการที่เราไม่ยอมลงวินัยนั้นต่างหากที่ทำให้เกิดความแตกแยก

เป็นธรรมดาที่เราจะคิดว่าการเอาผู้ที่ไม่ยอมกลับใจจากบาปออกจากสมาชิกคริสตจักรเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยก แต่ในความเป็นจริงนั้น เปาโลสอนคริสเตียนในโครินธ์ว่า “ผู้ที่ทำตัวเช่นนี้จะต้องถูกขับออกจากหมู่พวกท่าน”

ผมอยากจะแนะนำให้ผู้อ่านลองพิจารณาประโยคนี้ “ขับออกไปจากหมู่พวกท่าน” ประโยคนี้หมายความว่า ตราบใดก็ตามที่มีผู้ที่ไม่ยอมกลับใจจากบาปอยู่ท่ามกลางกลุ่มของท่าน (ทำตัวเสมือนว่าเขาเป็นสมาชิกกลุ่มของท่านและคนอื่นนับว่าเขาอยู่ในกลุ่มของท่าน) คนผู้นั้นคือคนที่สร้างความแตกแยก ด้วยการที่เขานำการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยบาปเข้ามา แม้ว้าสิ่งที่เขาควรจะนำเข้ามาคือชีวิตที่เต็มไปด้วยการกลับใจ สันติภาพระหว่างสมาชิกของคริสตจักรกับบาปของเขาไม่ได้ต่างไปจากการทำลายสันติภาพในคริสตจักรเลย

อย่างที่สาม เราคิดไปเองว่าการลงวินัยคือการปฏิบัติที่โง่เขลา แต่เปาโลนั้นสอนว่าการไม่ยอมลงวินัยต่างหากที่โง่เขลา

ปัญหาคือเราคิดไปเองว่าคนอื่นจะนินทาเรา ว่าเราไม่มีความอดทนกับคนบาป ว่าคริสตจักรของเราไม่ยอมให้อภัยกับคนบาป เราคิดว่า ต่อให้เราลงวินัยอย่างถูกต้อง คนอื่นก็นินทาลับหลังเราอยู่ดี แล้วเราจะลงวินัยไปเพื่ออะไร ใครที่ไหนจะอยากมาร่วมคริสตจักรที่ชอบไล่สมาชิกออกเป็นประจำ นี่คือธุรกิจล้มเหลวชัดๆ คริสตจักรจะเติบโตด้วยการลงวินัยแบบนี้ได้อย่างไรกัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาได้เขียนประโยคนี้ “ข้าพเจ้าได้ตัดสินคนที่ทำอย่างนั้น” เปาโลได้คิดถึงประเด็นนี้เรียบร้อยแล้ว เปาโลสอนอย่างชัดเจนว่าเราควรจะปฏิบัติอย่างไรกับเพื่อนร่วมสมาชิกคริสจักรที่ทำตัวเป็นมิตรกับความบาปใหญ่หลวงของเขา (คนที่เปาโลพูดถึงเอาภรรยาของบิดามาเป็นของตนเอง หมายถึงบาปที่เขาทำอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ในอดีต) หากเขาทำตัวเช่นนี้ เราต้องเลิกคบกับเขาในฐานะสมาชิกคริสตจักร เพื่อเป็นการประกาศว่าคริสตจักรของเรามีแนวทางปฏิบัติหมือนกับสิ่งที่เราสอนจริงๆ นี่คือปัญญา ไม่ใช่ความโง่เขลา

อย่างที่สี่ เราคิดไปเองว่าการลงวินัยเป็นเสมือนการไม่ให้ความรัก แต่เปาโลมีความคิดแบบตรงกันข้ามเลย ว่าการไม่ยอมลงวินัยต่างหากที่เป็นการไม่ให้ความรัก

“การลงวินัยคือการละเมิดกฎของมัทธิว 7:1 (อย่าตัดสิน มิฉะนั้นท่านเองจะถูกตัดสินด้วย) ไม่ใช่หรือ” แต่ผมอยากจะถามคุณว่า คุณโอเคหรือไม่ที่จะให้คนอื่น “รัก” คุณด้วยการสนับสนุนให้คุณจมอยู่ในบาปจนถึงขั้นตกนรก? คำถามนี้อาจจะดูรุนแรงไปนิดนึง แต่นี่คือสิ่งที่เปาโลสอนเราใน 1 โครินธ์ 5:5 “จงมอบคนนั้นไว้กับซาตาน เพื่อวิสัยบาปของเขาจะถูกทำลายและจิตวิญญาณของเขาจะรอดได้ในวันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า”

อธิบายอีกแบบหนึ่งก็คือ เปาโลสอนว่าให้ปล่อยสมาชิกของคริสตจักรที่ไม่ยอมกลับใจคนนั้นไป ให้เขาออกไปใช้ชีวิตที่เขาต้องการ เพื่อที่เข้าจะได้รู้สึกถึงโทษของบาปที่เขารัก เพื่อที่เขาจะได้กลับใจเชื่อและได้รับความรอดจากนรกก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา (มัทธิว 5:29-30, ยากอบ 5:19-20 ) การกลับใจเชื่อเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ถ้าเราอยากได้รับความรอด

อย่างที่ห้า เราคิดไปเองว่าการลงวินัยคือการปฏิบัติที่ไม่บริสุทธิ์ แต่เปาโลสอนว่าการไม่ยอมลงวินัยต่างหากที่ไม่บริสุทธิ์

การคิดถึงเรื่องการลงวินัยอาจจะทำให้เราจินตนาการว่ามันเป็นเหมือนการเมืองสกปรกของคริสตจักร หรือการที่สมาชิกหาทางเอาคืนเพื่อนร่วมคริสตจักร แต่เปาโลไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย เขาสอนว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าเชื้อเพียงนิดเดียวทำให้แป้งทั้งก้อนฟูขึ้น? จงชำระเชื้อเก่าเพื่อท่านจะได้เป็นแป้งดิบก้อนใหม่ไร้เชื้ออย่างที่ท่านเป็นอยู่จริงๆ” ธรรมชาติของบาปคือการที่มันแผ่ขยาย การที่เราปล่อยให้บาปแพร่กระจายนั้นทั้งไม่บริสุทธิ์และอันตราย

อย่างที่หก เราคิดไปเองว่าการลงวินัยนั้นมาจากความเสแสร้ง แต่เปาโลสอนว่าการไม่ยอมลงวินัยต่างหากสร้างความเสแสร้ง

เมื่อไรที่คุณหาคริสตจักรที่ยอมลงวินัยเจอ ผมคิดว่าเมื่อนั้นคุณได้พบเจอคริสตจักรที่แท้จริง
เมื่อไรที่คุณหาคริสตจักรที่ยอมลงวินัยเจอ ผมคิดว่าเมื่อนั้นคุณได้พบเจอคริสตจักรที่แท้จริง

“ดูสิ คริสตจักรนี้เต็มไปด้วยคริสเตียนปลอม มีแต่พวกที่ไม่เป็นมิตรกับคนอื่นที่ไม่เหมือนพวกเขา” ผมเองยอมรับว่าคริสตจักรเสแสร้งนั้นมีอยู่จริง แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เราไม่ทำตามสิ่งที่พระคัมภีร์สอนเกี่ยวกัยการลงวินัยใน 1โครินธ์ 5:8 “ฉะนั้นให้เราถือเทศกาลนี้ไม่ใช่ด้วยเชื้อเก่าอันเป็นเชื้อของความชั่วร้ายเลวทราม แต่ด้วยขนมปังไม่มีเชื้อคือขนมปังแห่งความจริงใจและสัจจะ”

การที่เราไม่ยอมลงวินัยนั้นคือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสแสร้ง  คริสตจักรที่จริงใจคือคริสตจักรที่ลงวินัย เมื่อไรที่คุณหาคริสตจักรที่ยอมลงวินัยเจอ ผมคิดว่าเมื่อนั้นคุณได้พบเจอคริสตจักรที่แท้จริง

อย่างที่เจ็ด เราคิดไปเองว่าการลงวินัยทำให้เกิดความสับสน แต่ในทางที่แท้จริง เปาโลกลับสอนว่าการไม่ยอมลงวินัยต่างหากที่ทำให้เกิดความสับสน

“การที่เราปฏิบัติอย่างรุนแรงกับสมาชิกคริสตจักรจะไม่ทำให้คนอื่นๆสับสนเกี่ยวกับความดีของพระเจ้าหรือ” เปาโลไม่ได้คิดแบบนี้ เขาคิดแบบตรงข้ามเลยทีเดียว “แต่บัดนี้ข้าพเจ้าเขียนมาถึงท่านเพื่อจะบอกว่าอย่าไปคบคนที่เรียกตนเองว่าพี่น้องแต่ยังผิดศีลธรรมทางเพศ หรือโลภ กราบไหว้รูปเคารพหรือชอบนินทาว่าร้าย ขี้เมาหรือฉ้อฉล คนแบบนี้แม้แต่ร่วมรับประทานอาหารก็อย่าเลย”

เราทำให้คนอื่นสับสนเมื่อเรายอมให้สมาชิกคริสตจักรเชื่อว่าตัวเขาเองเป็นคริสเตียนในขณะที่เขายังรักบาปของเขา พระเยซูเป็นคนไร้ศีลธรรมหรือ ท่านเป็นคนโลภหรือ พระเยซูเป็นคนชอบนินทาว่าร้าย คนขี้เมา หรือคนคดโกงหรือ ไม่สมควรที่คริสตจักรจะยอมให้คนไร้ศีลธรรมใช้พระนามของพระคริสต์ การทำอย่างนี้คือการทำให้คนอื่นสับสน

และอย่างสุดท้าย เราคิดไปเองว่าการลงวินัยนั้นไม่ยุติธรรม แต่เปาโลสอนว่าการไม่ลงวินัยต่างหากที่ไม่ยุติธรรม

ไม่จริงหรือที่การลงวินัยเป็นเสมือนการที่สมาชิกคริสตจักรรวมกลุ่มกันรังแกคนอื่น มันดูไม่ยุติธรรมชัดๆ พระคัมภีร์ไม่ได้สอนแบบนี้เลย เปาโลถามว่า “เป็นธุระอะไรของข้าพเจ้าที่จะไปตัดสินคนนอกคริสตจักร? ท่านต้องตัดสินคนในคริสตจักรไม่ใช่หรือ? พระเจ้าจะทรงตัดสินคนนอกคริสตจักรเหล่านั้น “จงขับคนชั่วร้ายออกไปจากหมู่พวกท่าน” (1โครินธ์ 5:12-13) ความยุติธรรมไม่ได้หมายความว่าเราตัดสินไม่ได้ ตรงกันข้ามกันเลย ความยุติธรรมนั้นทำให้เราต้องตัดสิน (ยอห์น 7:24)

เป็นความจริงที่ชาวบ้านอาจจะนินทาว่าร้ายคริสตจักรของเราเมื่อเราลงวินัยคนบาปที่ไม่ยอมกลับใจ แต่ผมอยากจะเสนอว่าต่อให้คุณไม่ยอมลงวินัย อย่างไรก็จะมีชาวบ้านไม่พอใจอยู่ดี และในแบบนี้ มันก็คล้ายกับความไม่พอใจของพระเจ้าต่อความไม่เชื่อฟังของเรา

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปกป้องโดย reCAPTCHA — ความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนด

หมวดหมู่เนื้อหา

พอล อเล็กซานเดอร์
พอล อเล็กซานเดอร์
Pastor
Paul Alexander is the senior pastor of Grace Covenant Baptist Church in Elgin, Illinois.