ในโลกที่น่ากังวลของเราคริสเตียนเราจะไม่
กังวลได้ยังไงพระเยซูตอบคำถามข้อนี้ใน
มัทธิวบทที่ 6 ข้อ 25-34
นะครับในพระคัมภีร์ตอนนี้นะครับพระเยซู
สอนผู้เชื่อพระองค์ว่าอย่ากระวนกระวายถึง
ชีวิตของตนว่าจะเอาอะไรกินหรือจะเอาอะไร
ดื่มและอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตน
ว่าจะเอาอะไรนุ่งโหมพระเยซูไม่อยากให้
ความจำเป็นพื้นฐานในชีวิตกลายมาเป็นจุด
โฟกัสของเราก็คือพระองค์ไม่อยากให้เราหมก
มุ่นอยู่แต่กับความจำเป็นพื้นฐานเหล่านี้
พระเยซูเองนะครับบอกว่าชีวิตสำคัญยิ่ง
กว่าอาหารไม่ใช่หรือร่างกายสำคัญยิ่งกว่า
เครื่องนุ่งห่มไม่ใช่หรือจากนั้นพระเยซู
ยกตัวอย่างเรื่องนกในอากาศกับดอกหญ้าใน
ทุ่งนาว่าพระเจ้าพระบิดาดูแลสิ่งเล็กๆ
เหล่านี้ประเด็นคือถ้าพระเจ้าดูแลนกใน
อากาศทำไมพระเจ้าจะไม่ดูแลคนของพระองค์
ซึ่งมีคุณค่ายิ่งกว่านกและถ้าพระเจ้าดูแล
พวกดอกหญ้าในทุ่งนาเนี่ยเป็นไปได้ยังไง
ว่าพระเจ้าจะไม่ดูแลพวกเราเป็นไปไม่ได้
ว่าพระเจ้าจะดูแลนกกับดอกหญ้าแต่ไม่ดูแล
คนของพระเยซูลูกๆของพระเจ้าการกระวน
กระวายก็ไม่มีประโยชน์นะครับมันไม่เกิด
ประโยชน์อะไรเลยและยิ่งกว่านั้นนะครับ
เมื่อเรากระวนกระวายว่าจะเอาอะไรกินจะเอา
อะไรดื่มจะเอาอะไรนุ่งหงเนี่ยเรากำลังทำ
ตัวเหมือนกับว่าเราไม่มีพระบิดาบนสวรรค์
ที่รักเราเรากำลังทำตัวเหมือนเด็กกำพร้า
ที่ไม่มีพ่อที่รักเขาและจะดูแลชีวิตของ
เขาพระคัมภีข้อนึงที่สำคัญมากในบริบทนี้
คือข้อที่ 32 นะครับพระเยซูบอกว่าเพราะ
ว่าบรรดาต่างชาติแสวงหาสิ่งทั้งปวงนี้ก็
คือความจำเป็นพื้นฐานแต่ว่าพระบิดาของพวก
ท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่าน
ต้องการสิ่งทั้งปวงนี้คนต่างชาติหรือหมาย
ความว่าผู้ไม่เชื่อกระวนกระวายถึงสิ่ง
ทั้งหมดนี้ความจำเป็นเป็นพื้นฐานเหล่านี้
พวกเขาบกมุ่นอยู่กับความจำเป็นพื้นฐานนี่
กลายเป็นจุดโฟกัสในชีวิตของเขาสิ่งสำคัญ
ก็คือจะเอาอะไรกินจะเอาอะไรดื่มจะเอาอะไร
นุ่งหจะเอาอะไรใส่พระเยซูบอกว่าพระบิดา
ของท่านพระบิดาของคริสเตียนเรารู้แล้วว่า
เราต้องการสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าพระบิดา
ไม่สนใจไม่ใช่ว่าอ่าเราต้องทำตัวเหมือน
ว่าเราไม่มีความจำเป็นพื้นฐานแต่การตอบ
สนองที่ถูกต้องไม่ใช่การทำตัวเหมือนโลก
ไม่ใช่การหมกมุ่นอยู่แต่กับสิ่งเหล่านี้
เหมือนโลกแต่มันอยู่ที่การแสวงหาแผ่นดิน
ของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน
นั่นหมายความว่ายังไงขอตอบด้วยการยกตัว
อย่างก่อนนะครับเช่นสมมุติโลกนี้นะครับ
กำลังถามว่าเราจะเอาอะไรกินจะเอาอะไรดื่ม
คริสตเราควรจะถามว่าชีวิตของเรากำลังยอม
จำนวนต่ออำนาจปกครองของกษัตริย์เยซูหรือ
เปล่าชีวิตของเรากำลังสะท้อนความชอบธรรม
ความบริสุทธิ์
และความรักของพระเจ้าของเราอยู่หรือเปล่า
หรือสิ่งที่หลายๆคนกำลังหมกมุ่นอยู่ตอน
นี้หรือจุดโฟกัสของหลายๆคนณตอนนี้คือจะทำ
ยังไงกับเรื่องน้ำมันในอนาคตราคาน้ำมันจะ
แพงขึ้นกว่านี้มยจะไปเติมน้ำมันที่ไหนไม่
ใช่ว่าชีวิตเราไม่รับผลกระทบจากสิ่งเหล่า
นี้แต่มันไม่ใช่จุดโฟกัสของเราท่ามกลาง
สิ่งเหล่านี้เนี่ยเรากำลังจดจ่ออยู่ที่
พระเยซูคริสต์อาณาจักรของพระเจ้าเรากำลัง
อธิษฐานขอว่าในสวรรค์เป็นยังไงขอให้เป็น
อย่างนั้นบนแผ่นดินโลกนี้คือจุดโฟกัสของ
เราเรากำลังอธิษฐานของน้ำพระทัยของพระ
เจ้าสำเร็จในชีวิตของเราในชีวิตคริสจักร
ของเราในหมู่บ้านของเราในประเทศของเราใน
โลกของเราโลกนี้กำลังพากันวุ่นวายใจ
เรื่องน้ำมันแต่คริสเตียนเรานะครับควรจะ
มีจุดโฟกัสอยู่ที่พระเจ้าของเราอาณาจักร
ของพระองค์การดำเนินชีวิตในฐานะประชากร
ของอาณาจักรพระเจ้าที่ซื่อสัตย์นี่ควรจะ
เป็นสิ่งที่เราเอาใจใส่เป็นหลักนี่คือจุด
ประสงค์หลักของเรานะครับพระเยซูก็พูดนะ
ครับว่าแต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินหรือ
อาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระ
องค์ก่อนแล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่ง
ทั้งปวงนี้ให้สิ่งทั้งปวงนี้ไม่ใช่ความ
มั่งคั่งนะครับแต่เป็นความจำเป็นพื้นฐาน
ที่พระเยซูเพิ่งพูดถึงก่อนหน้านี้นะครับ
ก็คือเรื่องของกินของดื่มและเสื้อผ้าและ
ในข้อพระคัมภีร์ก่อนหน้านี้นะครับใน
มัธิบุตรที่ 6 เนี่ยพระเยซูให้เราอธิษฐาน
ขออาหารประจำวันใช่มั้ครับพระเจ้ารู้ว่า
เรามีความต้องการต่างๆครับพระเจ้าจะจัด
เตรียมเซ็งเหล่านี้ไว้ให้เราให้การอยู่
เพื่อพระเยซูการอยู่เพื่ออาณาจักรของพระ
องค์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา
ครับพระบิดาผู้ทรงควบคุมเนี่ยนะทุกสิ่ง
ทุกอย่างในจักรวาลจะจัดเตรียมสิ่งที่
จำเป็นไว้ให้กับเราในอุปมาเรื่องดิน 4
ประเภทพระเยซูพูดถึงความกังวลของโลกใน
ฐานะหนามที่รัดพวจนะไม่ให้มันเกิดผลนี่
คือสิ่งที่ผู้เชื่อเราต้องระวังนะครับ
คริสตีเรานะครับเป็นคนที่ได้รับการถ่าย
โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์เราไม่ได้
อยู่เพื่อตัวเองอีกต่อไปสำคัญที่สุดใน
ชีวิตของเราเรื่องที่สำคัญที่สุดในสมอง
ของเราไม่ใช่ความจำเป็นพื้นฐานในชีวิต
ครับนั่นเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราจะฝาก
ไว้กับพระเจ้าแน่นอนครับเราจะทำหน้าที่
ของเราในการทำงานเราจะพยายามดูแลครอบครัว
ให้ดีที่สุดเราจะทำหน้าที่ต่างๆที่เรา
ต้องทำแต่สิ่งที่พระเยซูไม่อยากให้เราทำ
คือการกระวนกระวายมันเป็นเรื่องของท่าที
ในใจของเรานะครับว่าเรากำลังวุ่นวายใจกับ
สิ่งต่างๆของโลกหรือเปล่าเรากำลังวุ่นวาย
ใจกับเศรษฐกิจโลกความจำเป็นพื้นฐานเ่อ
วิกฤตต่างๆของโลกหรือเปล่าเราถูกถ่ายออก
มาจากโลกนี้นะครับเรายังอยู่ในโลกนี้แต่
เราไม่ได้เป็นของโลกเพราะฉะนั้นนะครับขอ
อย่าให้เราเลียนแบบการกระวนกระวายของโลก
มนุษย์เราทุกคนต้องอยู่ในโลกที่แตกสลาย
เหมือนกันแต่สิ่งที่แตกต่างเชื่อเราคือ
โดยทางพระเยซูคริสต์โดยการสิ้นพระชนม์ของ
พระเยซูนะครับพระบิดาของพระเยซูกลายมา
เป็นพระบิดาของเรานะฮะเพราะฉะนั้นพระเจ้า
องค์เดียวกันที่ดูแลพระเยซูขณะที่พระองค์
อยู่บนโลกนี้จะทรงดูแลพวกเราในปัจจุบัน
ด้วยนะครับผู้เชื่อเราในปัจจุบันไม่ต้อง
กระวนกระวายแต่ให้ไว้วางใจในพระบิดาที่
รักเราดีกว่าให้ไว้วางใจในพระเจ้าผู้ที่
จะทรงจัดเตรียมความจำเป็นทั้งหมดให้เรานะ
ครับ[เสียงกระดิ่ง]