พระคัมภีร์

เรียงตามประเภทเนื้อหา

เนื้อหาพระคัมภีร์ล่าสุด

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 2 เปโตร

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรมนางรูธ 

22/03/2026

คำแนะนำสำหรับการศึกษาวิวรณ์ 📖

19/03/2026

ภาพรวมของพระธรรมวิวรณ์ (ตอนที่ 2/2) ลูกแกะ vs. พญานาค

ร้านหนังสือ

6 สิงหาคม 2024

3 ข้อควรรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์ปฐมกาล

Read the original English article at Ligonier
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2023
บันทึก (0)
Please login to bookmark Close

ผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่าพระคัมภีร์ปฐมกาลนั้นได้ถูกเขียนขึ้นมาอย่างตั้งใจ เราค่อนข้างจะเคยชินกับการอ่านทีละเรื่อง คริสเตียนได้อ่านพระคัมภีร์ปฐมกาล ทั้งในการนมัสการและส่วนตัว เสมือนว่าพระคัมภีร์ปฐมกาลไม่ควรจะถูกตีความเป็นเรื่องเดียว ผลที่ตามมาก็คือการที่เราพลาดที่จะมองเห็นสิ่งสำคัญหลายอย่าง ผมจะกล่าวถึงสามสิ่งสำคัญในพระคัมภีร์ปฐมกาลที่เราควรจะสังเกตุเห็น

1. พระคัมภีร์ปฐมกาลได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อที่จะติดตามประวัติของสายเลือดไม่ธรรมดาสายเลือดหนึ่ง

ข้อแรกก็คือ พระคัมภีร์ปฐมกาลได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อที่จะติดตามประวัติของสายเลือดไม่ธรรมดาสายเลือดหนึ่ง ซึ่งสายเลือดนี้ชี้ให้เราเห็นความสำคัญของสมาชิดครอบครัวเพศชาย หนึ่งคนต่อหนึ่งชั่วคน (patriline) ชื่อของพระคัมภีร์เล่มนี้มาจากคำศัพท์ภาษากรีก ซึ่งความหมายดั้งเดิมนั้นก็คือ “เรื่องราวลำดับของวงศ์ตระกูล” (patriline) นี้เริ่มต้นจากอาดัม ผ่านทางเสท บุตรคนที่สามของเขา จนถึงโนอาห์ จากโนอาห์ (patriline) ผ่านทางเชมจนถึงอับราฮัม ถัดจากนั้น เรื่องราวของสายเลือดนี้ถูกเล่าช้าลง แต่เป็นที่ชัดเจนว่าความน่าสนใจของสายเลือดนี้ยังมีอยู่ต่อไป อุปสรรคหนึ่งนั้นก็คือการที่ซาร่าห์ไม่สามารถตั้งท้องได้ แต่พระเจ้าก็ได้ทำให้ซาร่าห์มีบุตรได้ บุตรคนนั้นก็คืออิสอัค ต่อไปจากอิสอัค (patriline)ผ่านไปทางยาโคบ ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอลและผู้เป็นน้องชายของเอซาว ในความเป็นจริงนั้นเอซาวควรจะได้เป็น(patriline) แต่เขาได้ทิ้งสิทธิของเขาด้วยการแลกมันกับสตูถ้วยเดียวให้ยาโคบ น้องชายของเขาผู้ที่ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งใน (patriline)  (ปฐมกาล 25:29-34) ถัดไปจากยาโคบ (patriline)เน้นเรื่องราวของโยเซฟ (5:1-2) และบุตรชายคนเล็กของเขาชื่อเอฟราอิม ผู้ซึ่งยาโคบแต่งตั้งให้เป็นใหญ่เหนือกว่ามนัสเสห์ พี่ชายคนโตของเขา (ปฐมกาล 48:13-20) เป็นที่น่าสนใจว่าพระคัมภีร์ปฐมกาลได้บอกใบ้ให้ผู้อ่านว่าทำไม(patriline)ถึงข้ามบุตรคนโต (เรื่องอื้อฉาวของการที่รูเบนคบชู้กับบิลฮาห์ในปฐมกาล 35:22)

ในระหว่างที่โยเซฟได้เป็นใหญ่กว่าพี่ชายทั้งหลายของเขา พระคัมภีร์ปฐมกาลเล่าเรื่องหักมุมสำคัญเกี่ยวกับ(patriline) ในบทที่ 38 ซึ่งหลายคนอ่านมันผ่านๆเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆที่รบกวนเรื่องใหญ่กว่าของชีวิตโยเซฟ ในบทนี้ ยูดาห์เป็นตัวละครหลักของเรื่อง ถ้าเรารู้เรื่องเกี่ยวกับ(patriline) ระหว่างที่เราอ่านเรื่องนี้ ก็จะเป็นที่ชัดเจนว่าปฐมกาลบทที่ 38 นั้นคือการติดตามประวัติของสายเลือดของยูดาห์ ซึ่งได้ตกอยู่ในอันตรายเมื่อบุตรคนโตของเขาถูกพระเจ้าลงโทษถึงตาย แต่การขัดขวางจากทามาร์นั้นทำให้ชีวิตของยูดาห์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และก็ทำให้เกิดลูกแฝด เมื่อถึงคราวคลอดลูก สิทธิของบุตรคนโตที่จะได้รับมรดกนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อเปเรศคลอดก่อนเศราห์ หลังจากนั้น ยาโคบให้พรกับยูดาห์ ซึ่งพรนั้นชี้ว่ากษัตริย์ในอนาคตนั้นจะมาจากสายเลือดของเขา (ปฐมกาล 49:8-12) ถัดมาหลายศตวรรษ พรนี้ก็เป็นจริงขึ้นมาในยุคของซามูเอล (สดุดี 78:67-72 )

ทำไม(patriline)ถึงสำคัญขนาดนี้? เริ่มตั้งแต่ปฐมกาล 3:15 (patriline)นำเราไปถึงทายาทของเอวาผู้ที่จะล้มล้างงูร้ายผู้เป็นศัตรูของพระเจ้า เรื่องราวของปฐมกาลบอกเราว่าทายาทคนนี้นั้นคือกษัตริย์ผู้ที่จะประทานพรจากพระเจ้าให้กับประชาชาติทั้งหลาย ทายาทคนนี้ก็จะทำหน้าที่เป็นอุปราชของพระเจ้าโดยการสถาปนาอาณาจักรของพระองค์ ความคาดหวังนี้หมายความว่าพระคัมภีร์ปฐมกาลชี้นำผู้อ่านให้มองเห็นการมาถึงของพระเยซูคริสต์

2. พระเจ้าประทานพันธสัญญาให้กับอับราฮัม ซึ่งเป็นการจัดตั้งให้เขาเป็นบิดาแห่งชนชาติต่างๆ

สิ่งที่สอง เพราะเบื้องหลัง(patriline) ของพระคัมภีร์ปฐมกาล พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับอับราฮัมและบอกเขาว่าเขาจะได้เป็นบิดาแห่งชนชาติต่างๆ (ปฐมกาล 17:4-5) ผู้อ่านส่วนใหญ่ รวมถึงนักวิจัย โฟกัสตรงที่พันธสัญญาในบทที่ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการที่อับราฮัมเป็นบิดาของชนชาติอิสราเอลชาติเดียว อย่างไรก็ตาม พันธสัญญาในปฐมกาลบทที่ 17 มีความสำคัญมากกว่าพอสมควร และพันธสัญญานี้ขยายสัญญาเก่าโดยการให้อับราฮัมเป็นบิดาของชนชาติต่างๆ นี้ไม่ใช่การเป็นบิดาทางสายเลือด แต่เป็นทางจิตวิญญาณ พันธสัญญานี้เป็นการรับประกันว่าทายาทของอับราฮัมจะเป็นผู้ให้พรของพระเจ้ากับทุกคนที่ยอมรับว่าเขาเป็นกษัตริย์ ด้วยเหตุผลนี้ ความคาดหวังว่าชนชาติทั้งหลายจะรับใช้กษัตริย์ในอนาคตผู้นี้เห็นได้ชัดเจนในพรที่อิสอัคผู้เป็นพ่อให้กับยาโคบ (ปฐมกาล 27:29) และที่ยาโคบให้กับยูดาห์ (ปฐมกาล 49:10) เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ใหม่ เราก็จะเห็นว่าอัครสาวกเปโตรมองเห็นว่าพระเยซูคริสต์นั้นคือผู้ที่รักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับอับราฮัม (กิจการ 3:25-26) และในแบบเดียวกัน อัครสาวกเปาโลได้สอนว่าคำสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้ในพันธสัญญากับอับราฮัมนั้นเป็นเหตุผลที่คนต่างชาติได้เข้ามาเป็นผู้คนของพระเจ้า (กาลาเทีย 3:15-29)

3. ใจความของพรนี้เกี่ยวข้องกับ (patriline) ซึ่งก็ชี้นำให้เรามองเห็นถึงพระเยซู

ลักษณะอีกอย่างหนึ่งของปฐมกาลที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนั้นก็คือการที่พรนั้นเกี่ยวข้องกับ (patriline)ที่ชี้นำเราไปสู่พระเยซู ในสวนอีเดน การทำบาปของอาดับและเอวานำไปสู่พระพิโรธของพระเจ้า ซึ่งส่งผลลบต่อมนุษยชาติ แต่ในทางกลับกัน การที่พระเจ้าได้เรียกอับราฮัมนั้นคือการที่พระองค์ทรงประทานพรให้กับทุกครอบครัวในโลก (ปฐมกาล 12:1-3) พระพรนี้ถูกเชื่อมโยงกับทายาทของอับราฮัม (ปฐมกาล 22:18) ถึงแม้ว่าหลายคนเชื่อว่าพระพรนี้จะถูกประทานมาทางชนชาติอิสราเอลทั้งหมด พระคัมภีร์ปฐมกาลนั้นจำกัดต้นตอของพรนี้ แค่เพียงผู้ที่อยู่ใน (patriline) พระพรนี้ (berakah) เชื่อมโยงกับบุคคลที่สิทธิของบุตรคนโต (bekorah) เราเห็นสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจนในเรื่องราวของยาโกบและเอซาว ในการที่ยาโคบเป็นผู้ที่นำพระพรไปให้กับคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลาบัน ลุงของเขาได้รับรอง (ปฐมกาล 30:27-30) และในทางเดียวกัน โยเซฟก็ได้เป็นต้นตอของพระพรนี้ให้กับหลายคนอื่นๆ ซึ่งก็คือใจความของปฐมกาล 39:5 ในการที่โปทิฟาร์ มีใน“บ้านและทุ่งนา” และหลังจากนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะถูกจองจำ โยเซฟได้ถูกยกย่องให้เป็น “บิดาของฟาโรห์” (ปฐมกาล 45:8) และเป็นที่มาของพรที่จะให้กับชนชาติต่างๆในช่วงเวลาของภัยพิบัติแห้งแล้ง

การอ่านพระคัมภีร์ปฐมกาลอย่างสมบูรณ์รอบคอบนั้นทำให้เราเห็นชัดเจนว่าพระคัมภีร์นั้นถูกเรียบเรียงอย่างชำนาญ ปฐมกาลนำข้อมูลหลายแบบมารวมกัน เพื่อที่จะชี้ให้ผู้อ่านมองเห็นพระเยซู ผู้ซึ่งเป็นต้นตอของพระพรจากพระเจ้าที่ทรงให้แก่เราทั้งหมด

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปกป้องโดย reCAPTCHA — ความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนด

หมวดหมู่เนื้อหา

T. Desmond Alexander
T. Desmond Alexander
Research Fellow
Dr. T. Desmond Alexander is senior research fellow in biblical studies at Union Theological College in Belfast, Northern Ireland. He is coeditor of The New Dictionary of Biblical Theology, and author of several books, including From Paradise to the Promised Land and From Eden to the New Jerusalem.