คริสเตียนกินของเส้นไวยได้มยเดี๋ยวเรามา
ดูคำตอบจากพระคัมภีร์ดี
กว่าเท่าที่ผมทราบนะครับจะมีพระคัมภีร์
ใหม่ 2 ตอนหลักที่จะอธิบายเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ได้ดีนะครับก็คือ 1 รินท์บทที่ 8
ทั้งหมดแล้วก็ 1 รินท์บทที่ 10 โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งข้อ 23 -33 นะครับแล้วก็นอกจาก
นั้นนะครับโรมบทที่ 14 ทั้งหมดก็สามารถ
ช่วยเราในการเข้าใจเรื่องนี้ได้มากขึ้น
เหมือนกันสำหรับวันนี้นะครับเราจะมาดูพระ
คัมภีร์อ่าข้อบางข้อนะครับเราจะไม่ได้ดู
ทุกข้อเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่หวังว่าคำตอบ
สั้นๆนี้จะได้ช่วยพี่น้องเข้าใจมากยิ่ง
ขึ้นว่าอะไรคือน้ำพระทัยของพระเจ้าเกี่ยว
กับเรื่องการกินของเส้นไวยใน 1 โินบทที่ 8
ข้อ 4 – ข้อ 6 นะครับเปาโลจะปูพื้นฐาน
ก่อนนะครับคือก่อนที่เราจะเข้าสู่การถาม
ว่าเรากินได้หรือเปล่าเปาโลจะให้เราเข้า
ใจภาพใหญ่เกี่ยวกับพระเจ้าก่อนนะครับเขา
บอกว่าเพราะฉะนั้นการกินอาหารที่บูชารูป
เคารพนั้นเรารู้อยู่แล้วว่ารูปเคารพในโลก
นี้เป็นสิ่งร้ายสาระพระคัมภีร์อีกฉบับ
นึ่งใช้คำว่าไม่มีความหมายอะไรหรือถ้าเรา
จะอธิบายเพิ่มเติมเราอาจจะบอกว่ามันไม่มี
ตัวตนจริงเปาโลพูดต่อว่ามีพระเจ้าแท้จริง
เพียงองค์เดียวและแม้จะมีหลายสิ่งที่เขา
เรียกกันว่าเจ้าในสวรรค์และบนแผ่นดินโลก
เราวกับว่ามีพระเจ้าและองค์พระผู้เป็น
เจ้ามากมายแต่ว่าสำหรับเรานั้นมีพระเจ้า
องค์เดียวคือพระบิดาทุกสิ่งเกิดมาจากพระ
องค์และเราอยู่เพื่อพระองค์และมีพระเยซู
คริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว
ทุกสิ่งเกิดมาโดยพระองค์และเราก็เป็นมา
โดยพระองค์โคครับก่อนที่เปาโลจะมาพูดถึง
เรื่องการกินของเส้นไวยเนี่ยเขามาปูกพื้น
ฐานในเรื่องพระเจ้าว่าพระเจ้าที่แท้จริง
เนี่ยมีแค่องค์เดียวพระเจ้าที่แท้จริงมี
แค่องค์เดียวนะครับแล้วก็พระองค์เป็นผู้
สร้างสรรพสินถ้าเราจะเข้าใจเรื่องการกิน
ของเส้นว่ายแล้วต้องเข้าใจก่อนว่าพระเจ้า
เนี่ยเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งด้วยทุกสิ่งได้
เกิดมาจากการทรงสร้างของพระเจ้าถ้าพระ
เจ้าเป็นผู้สร้างเนี่ยพระองค์ก็เป็นเจ้า
ของทุกสิ่งด้วยเพราะฉะนั้นนะครับถ้าพระ
เจ้าเป็นผู้สร้างและเป็นเจ้าของสรรพส็ง
เนี่ยรูปเคารพไม่ใช่พระเจ้ารูปเคารพเป็น
อะไรที่มนุษย์คิดขึ้นมาเองนะครับรูปเคารพ
และเรื่องของรูปเคารพเนี่ยมาจากจินตนาการ
ของมนุษย์มันไม่ใช่พระเจ้ามันไม่ใช่เจ้า
เจ้าของมันไม่ใช่ผู้ครอบครองเหนือโลกนี้
ในเมื่อเราได้ยินความจริงพื้นฐานเกี่ยว
กับเรื่องนี้แล้วอยากให้เรามาดูตัวอย่าง
ของเรื่องการกินของเิ้นว่ายด้วยนะครับ
เปาโลพูดใน 1 รินท์บทที่ 10 ข้อ 25-27
ว่าสิ่งใดที่วางขายตามตลาดเนื้อก็ให้รับ
ประทานไปเถิดโดยไม่ต้องถามตนเองว่าผิด
หรือไม่เพราะแผ่นดินโลกและทุกสิ่งในโลก
เป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าหากผู้ไม่เชื่อ
บางคนเชิญท่านไปร่วมรับประทานอาหารและ
ท่านประสงค์จะไปจงรับประทานสิ่งที่วาง
อยู่ตรงหน้าท่านไปเถิดโดยไม่ต้องถามว่า
ผิดหรือไม่โอเคครับอยากให้พี่น้องสังเกต
ว่าในบริบทนี้นะครับเปาโลฉายคำว่าให้รับ
ประทานหรือว่าจงรับประทาน 2 ครั้งคือใน
เมื่อไปที่ตลาดเนื้อปปว่ารับประทานได้กิน
ได้ไม่ต้องถามว่ามันผิดหรือไม่หรือไม่
ต้องอ่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องจิตสำนึกมัน
จะผิดมยทำบาปมั้ยถ้ากินอาหารที่นี่เขาบอก
ว่ากินได้ตัวอย่างที่ 2 นะครับก็คือถ้า
ผู้ไม่เชื่อเชิญเราไปกินข้าวที่บ้านของ
เขาปาโลว่าจงรับประทานสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เราอาหารที่เจ้าภาพให้เรากินก็กินได้ไม่
ต้องสงสัยว่ามันผิดหรือไม่แล้วเรารู้ได้
ยังไงว่าเปาโลกำลังพูดถึงของเส้นไวยในพระ
คัมภีร์ข้อเหล่านี้คือในข้อต่อไปนะครับ
ข้อ 28 เปาโลบอกว่าแต่ถ้ามีใครมาบอกว่า
อันนี้ขณะที่เราอยู่ที่บ้านอ่าของผู้ไม่
เชื่อนะครับว่าของนี้ได้นำไปเซ่นไหว้แล้ว
ก็อย่ารับประทานเพื่อเห็นแก่ทั้งคนที่บอก
และจิตสำนึกผิดชอบอยากให้พี่น้องเรา
สังเกตอ่าก่อนหน้านี้นะครับเปาโลพูด 2
ครั้งว่ากินได้หรือว่าให้รับประทานจงรับ
ประทานมีเสรีภาพที่จะกินได้นะครับเปาโล
ไม่ได้ห้ามเลยแต่ในกรณีที่เปาโลบอกว่า
อย่ารับประทานคือกรณีไหนครับเป็นกรณีที่
มีคนอื่นบอกเราว่าอาหารที่เรากำลังจะกิน
เนี่ยเป็นของเส้นไหว้ปาโลบอกว่าในกรณีแบบ
นี้เนี่ยยรักประทานทำไมเปาโลพูดอย่างนี้
เขาบอกว่าเพื่อเห็นแก่คนที่บอกและจิต
สำนึกจิตสำนึกในที่นี้หมายถึงว่าจิตสำนึก
ของคนๆนี้เพราะนั่นคือสิ่งที่เปาโลพูดใน
ข้อต่อไปนะครับในข้อ 29 อย่ากินอย่ารับ
ประทานอาหารนั้นเพื่อเห็นแก่คนที่บอกผม
คิดว่าคนที่กำลังบอกเรานะครับว่านี่ของ
เส้นไหวยเป็นผู้เชื่อที่อ่อนแอทำไมถึงคิด
อย่างนั้นนะครับเพราะเปาโลยกเรื่องจิต
สำนึกมาเชื่อมโยงกับการที่เราไม่ควรกิน
เราไม่อยากทำลายจิตสำนึกของเขาเราไม่อยาก
ทำให้คนๆนี้ลำบากใจอึดอัดใจในการกินของ
เราด้วยการกินของเราการที่เปาโลบอกว่า
อย่ารับประทานของเส้นไหว้ในบางกรณีไม่ใช่
เพราะมันมันผิดในตัวมันเองครับเราไม่กิน
เพื่อเขานั่นแหละไม่ใช่ว่าเราไม่กินเพราะ
มันผิดนะครับแต่เราไม่กินเพื่อคนๆนั้นเค
หลับไม่ได้จิตสำนึกของเขาบอกว่ามันผิดเขา
คิดว่าการกินของเส้นไวยเป็นความบาปเพราะ
ฉะนั้นนะครับเราไม่กินเพราะเราไม่อยากให้
คนๆนี้สะดุดมีหลักการที่สำคัญในโรงบทที่
14 ที่สามารถช่วยเราอ่าในบริบทของเรื่อง
การกินนี้ได้นะครับครับพระคัมภีร์บอกแล้ว
ว่าถ้าพี่น้องเป็นทุกข์เพราะอาหารที่ท่าน
กินท่านก็ไม่ได้ประพฤติตามทางแห่งความรัก
เสียแล้วพระคิดสิ้นผชนเพื่อใครก็อย่าให้
คนนั้นพินาศเพราะอาหารที่ท่านกินเลยเพราะ
ว่าโรมบทที่ 14 ตรงกับบริบทของ 1 โินมาก
นะครับคือเปาโลกำลังบอกเราว่าถ้าเรารับ
ประทานอาหารบางอย่างที่ทำให้พี่น้องบางคน
เป็นทุกข์ปาโลบอกว่าท่านไม่ได้ประพฤติตาม
ทางแห่งความรักก็คือว่าสิ่งที่เราทำนะ
ครับมันกำลังทำลายความเชื่อของพี่น้องคน
นั้นมันกำลังทำให้เขาลำบากใจทำให้เขาอึด
อัดใจและนั่นไม่ใช่วิธีของพระคริสต์วิธี
ของพระคริสต์คือการแสดงความรักการเสียสละ
การสละสิทธิ์เพื่อพี่น้องสิ่งที่เปาโล
อยากให้ผู้เชื่อเห็นในบริบทนี้คือว่าความ
รักเป็นเิ่งสำคัญเราควรอยากเสริมสร้าง
ความเชื่อของพี่น้องคนอื่นให้เข้มแข็ง
ขึ้นแต่ถ้าเรากินอาหารบางอย่างที่เขา
เชื่อว่าเป็นบาปเราจะไม่ได้เสริมสร้างเขา
นะครับเปาโลบอกว่า้าพี่น้องเป็นทุกข์
เพราะอาหารที่ท่านกินถ้าสิ่งที่เรากิน
อย่างเช่นอ่าของเส้นว่ายถ้ากินของเส้น
ว่ายทำให้พี่น้องเป็นทุกข์เราไม่ควรกิน
ครับถ้าเขารับไม่ได้เราก็ควรที่จะสละ
สิทธิ์เพื่อเขาเพราะฉะนั้นนะครับผมหวัง
ว่าพี่น้องกำลังเห็นความแตกต่างระหว่าง
การกินของเซ็นว่ายในตัวมันเองและการกินใน
บางกรณีที่พี่น้องบางคนหลับไม่ได้มันไม่
ได้ผิดในตัวมันเองนะครับแต่การที่เราจะ
กินขณะที่พี่น้องคนอื่นหลับไม่ได้นั่น
เป็นความผิดนะครับโรงบทที่ 14 ข้อ 20 บอก
แล้วว่าอาหารทุกอย่างปราศจากมน์ถิ่นก็
จริงแต่การกินอาหารซึ่งเป็นเหตุให้ผู้
อื่นสะดุดก็เป็นสิ่งไม่ดีพระคัมภีร์ข้อ
นี้สรุปเรื่องนี้ได้ดีนะครับอาหารทุก
อย่างปราศจากมลทินมันสะอาดหมดเลยกินได้มี
เสรีภาพที่จะกินได้แต่เราต้องดูสถานการณ์
ก่อนครับพี่น้องเรับได้มยถ้าเกิดเรากิน
แล้วเขาสะดุดเขารู้สึกลำบากใจรู้สึกว่า
จิตสำนึกของเขามันอ่าไม่สะอาดแล้วเราไม่
อยากทำสิ่งนั้นนะครับเราไม่อยากกินเราไม่
อยากทำให้เขาสะดุดพอเราว่านั่นเป็นสิ่ง
ไม่ดีไม่ใช่เพราะการกินไม่ดีในตัวมันเอง
แต่การทำให้พี่น้องสะดุดนั่นแหละเป็นสิ่ง
ไม่ดีเพราะฉะนั้นนะครับอยากจะหนุนใจพี่
น้องเราว่าในกรณีแบบนี้นะครับถ้าอยู่กับ
คนอื่นที่รับไม่ได้เนี่ยยอมสลัดสิทธิ์ดี
กว่าครับยอมสละสิทธิ์ดีกว่าการกินไม่ใช่
เรื่องสำคัญขนาดว่าเราต้องทำให้พี่น้อง
สะดุดนะครับเราอย่าทำให้เรื่องเล็กน้อย
ยังอาหารกลายเป็นเรื่องใหญ่ครับความเชื่อ
ของพี่น้องที่ยังไม่เติบโตสำคัญกว่าครับ
ให้เราทำในสิ่งที่จะเสริมสร้างเค้าดีกว่า
เพราะฉะนั้นนะครับการไม่กินของเส้นว่ายใน
บางกรณีเพราะเห็นแก่พี่น้องจะเป็นการแสดง
ความรักให้กับพี่น้องการทำแบบนี้จะทำให้
เขาเห็นภาพเล็กๆของพระเยซูคริสต์ที่ยอม
สลัดสิทธิ์เพื่อพวกเราที่ยอมลงมาจาก
สวรรค์และตายบนไม้กาเนเพื่อเราให้เรา
เลียนแบบพระเยซูคริสต์ดีกว่าให้เราสละ
สิทธิ์เมื่อจำเป็นนะครับเพราะฉะนั้นสรุป
แล้วนะครับการกินของเส้นไวยเนี่ยไม่ได้
ผิดนะครับกินได้ครับเพราะแผ่นดินโลกและ
ทุกสิ่งในโลกเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
โลกนี้เป็นของพระเจ้าของเราอาหารทุกอย่าง
ในโลกเป็นของพระเจ้าของเราและพระองค์
ประทานอาหารพวกนี้ให้เราได้กินให้เราได้
ขอบคุณพระองค์ให้เราได้ชื่นชมยินดีในความ
ใจกว้างของพระเจ้านะครับแต่ขณะเดียวกัน
สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกที่อยากจะบอกพี่
น้องเราคือว่าการกินไม่ผิดแต่การร่วมพิธี
เซ่นไวยนะครับเป็นสิ่งที่คริสเตียนทำไม่
ได้เพราะนี่ก็เท่ากับการบูชาลูกเคารพนั่น
คือสิ่งที่เราจะต้องหลีกเลี่ยงนะครับ 1
รินบทที่ 10 ข้อ 14-20 จะอธิบายเกี่ยวกับ
เรื่องนี้เพิ่มเติมถ้าพี่น้องอยากอ่ากลับ
ไปอ่านนะครับเราร่วมพิธีเส้่นไวยไม่ได้
เราบูชาลูกเบไม่ได้แต่เราสามารถกินของ
เส้นว่ายได้นะครับสุดท้ายนะครับให้เราจำ
ไว้ว่าสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องของกินคือ
การเสริมสร้างพี่น้องให้เราสังเกตและอ่า
พิจารณาสถานการณ์ให้ดีก่อนนะครับถ้าเรา
อยู่กับพี่น้องคนอื่นที่รับไม่ได้ที่ยัง
ไม่ถึงจุดนี้ก็เราอย่ากินดีกว่าและถ้าเรา
เป็นคนที่อ่าเป็นผู้เชื่อที่รู้สึกว่า
ความเชื่อของเรามันอ่อนแอเรายังรับไม่ได้
เรายังเชื่อว่าการกินของเซ้นว่ายมันเป็น
ความบาปอยากจะหนุนใจให้เราศึกษาพระ
คัมภีร์ต่อไปเราไม่ควรที่จะกินถ้าเราไม่
สามารถทำด้วยความเชื่อได้ถ้าจิตสำนึกของ
เรายังฟ้องเราอยู่ยังบอกเราว่ามันผิดอย่า
กินแต่อยากจะหนุนใจให้เราศึกษาพระคัมภีร์
ต่อไปให้เราเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการทรง
สร้างของพระเจ้าเรื่องรูปเคารพและของเส้น
ว่ายมากขึ้นจากมุมมองของพระคัมภีร์นะครับ
อ่าผมหวังว่าจากการศึกษาพระคัมภีร์พี่
น้องจะได้รับการเสื่อมสร้างความเชื่อของ
พี่น้องที่ได้รับการเสื่อมสร้างมากยิ่ง
ขึ้นและไม่ว่าจะกินหรือไม่กินนะครับสิ่ง
ที่สำคัญที่สุดคือการขอบคุณพระเจ้าและการ
เสริมสร้างพี่น้องคนอื่นด้วยความรักขอพระ
เจ้าอวยพรนะครับพี่น้อง