ในพระคัมภีร์ไบเบิลเราได้เรียนรู้ว่าการ
แต่งงานเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์ที่ยิ่ง
ใหญ่กว่าก็คือความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซู
คริสต์และคริสตจักรของพระ
องค์เพราะฉะนั้นเมื่อผู้ชายคนหนึ่งกับผู้
หญิงคนหนึ่งมาแต่งงานกันทั้ง 2 คนมาเป็น
ตัวละครในละครที่ชื่อว่าชีวิตคู่ภรรยา
เปรียบเสมือนกลุ่มผู้เชื่อหรือว่า
คริสตจักรส่วนสามีก็เปรียบเสมือนพระเยซู
คริสต์เอฟิซัสบทที่ 5 เป็นพระพระคัมภีร์
ตอนหนึ่งที่เปิดเผยบทบาทของสามีภรรยาข้อ
242 บอกว่าคริสตจักรยอมเชื่อฟังพระ
คริสต์อย่างไรภรรยาก็ควรยอมเชื่อฟังสามี
ทุกประการอย่างนั้นส่วนสามีก็จงรักภรรยา
ของตนเหมือนพระคริสต์ทรงรักคริสตจักรและ
ประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักรเพราะ
ฉะนั้นเมื่อพระคัมภีร์สอนว่าพระเยซู
คริสต์พระบุตรของพระเจ้ายอมสละชีวิตบนไม้
กางเขนเพื่อชดใช้บาปให้กับจากนั้นสามีทุก
คนก็กำลังเรียนรู้ว่าควรจะรักภรรยาแบบไหน
พระเยซูเป็นผู้นำที่เลี้ยงดูและทนุถนอมิจ
อย่างไรสามีก็ควรจะเป็นผู้นำที่เลี้ยงดู
และทนุถนอมภรรยาอย่างนั้นเมื่อพระคัมภีร์
สอนว่าผู้เชื่อควรจะติดตามและเชื่อฟังพระ
เยซูคริสต์อย่างไรภรรยาทุกคนก็ได้เห็นว่า
การติดตามและเชื่อฟังสามีมีหน้าตาอย่าง
นั้นภรรยาควรสนับสนุนการเป็นผู้นำของสา
และเคารพเขาในฐานะหัวหน้าครอบครัวเมื่อ
สามีรักและเสียสละเพื่อภรรยาและภรรยา
เคารพและเชื่อฟังสามีคนรอบข้างจะได้เห็น
ภาพสะท้อนของข่าวประเสริฐที่สวยงามแต่อาจ
จะมีคนบางคนบอกว่านี่คือภาพชีวิตคู่ที่
เกินความจริงหรือเป็นไปไม่ได้แต่สิ่งนี้
สามารถเป็นไปได้โดยพระคุณของพระเจ้าแม้
สามีภรรยาจะทำไม่ Perfect ก็ตามสามีภรรยา
จะทำสิ่งนี้ได้จะต้องไม่พึ่งพาตัวเองแต่
พึ่งพระเยซูคริสต์และกำลังที่มาจากพระ
องค์ถ้าเราเป็นคนที่หันหลังให้กับความผิด
บาปและเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์แล้วพระ
เจ้าก็ไม่จดจำความผิดบาปของเราอีกต่อไปก็
คือพระเจ้าให้อภัยความผิดบาปของเราเปล่าๆ
เพราะพระเยซูคริสต์รับโทษบนไม้กเนแทนเรา
และเป็นขึ้นมาจากตายเพราะฉะนั้นถ้าความ
จริงนี้เป็นพื้นฐานการแต่งงานของเราเราก็
จะสามารถอดทนกันได้รักกันได้ให้อภัยกัน
ได้เพราะพระเจ้าได้ทำสิ่งนี้กับเราก่อน
อย่างที่ 1 ยอบทที่ 4 ข้อ 19 บอกว่าเรา
รักก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อนขอพระเจ้า
อวยพรนะ
ครับ