พระคัมภีร์

เรียงตามประเภทเนื้อหา

เนื้อหาพระคัมภีร์ล่าสุด

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรมนางรูธ 

22/03/2026

คำแนะนำสำหรับการศึกษาวิวรณ์ 📖

19/03/2026

ภาพรวมของพระธรรมวิวรณ์ (ตอนที่ 2/2) ลูกแกะ vs. พญานาค

23/02/2026

ตรีเอกานุภาพอยู่ที่ไหนในพันธสัญญาเดิม?

09/09/2025

ธรรมบัญญัติของพระคริสต์คืออะไร? ♥️

ร้านหนังสือ

อย่าพิพากษา (มัทธิว 7:1-5) 🏛

น่ากลัวถ้าเราไม่เมตตาผู้อื่นเรากำลังบอก

กับพระเจ้าด้วยชีวิตของเราว่าเราไม่

ต้องการให้พระองค์เมตตาเราในวันสุด

ท้ายสวัสดีครับพี่น้องในคลิปวีดีโอนี้เรา

จะมาศึกษามัทธิวบทที่ 7 ข้อ 1 – ข้อ 5

ด้วยกันนะครับธีมสำคัญอย่างหนึ่งที่เรา

เจอบ่อยในหนังสือมัทธิวคืออาณาจักรสวรรค์

หรือว่าอาณาจักรของพระเจ้าคำว่าอาณาจักร

เนี่ยปรากฏมากกว่า 50 ครั้งในหนังสือ

แมทธิวผมเข้าใจว่าคำว่าอาณาจักรเนี่ยมี 2

แง่มมด้วยกันนะครับนั่นก็คืออำนาจปกครอง

หรือว่าการครอบครองของกษัตริย์แล้วก็

อาณาเขตหรือว่าขอบเขตหรือสถานที่ที่

กษัตริย์องค์นั้นครอบครองอยู่แล้วในโลสี

บทที่ 1 นะครับอาจารย์เปาโลบอกแล้วว่าพระ

บิดาทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจของความมืด

และทรงย้ายเราเข้ามาไว้ในอาณาจักรของพระ

บุตรที่รักของพระองค์แน่นอนว่าอาณาจักร

ของพระคริสต์หรืออาณาจักรของพระเจ้าเนี่ย

ยังไม่มาเต็มรูปแบบนะครับแต่ในพระธรรมทิว

เราก็เห็นว่ามันมาแล้วในบางส่วนอานาจักร

ของพระเจ้าได้เข้ามาในโลกนี้แล้วในบาง

ส่วนแล้วสำหรับทุกคนที่กลับใจเชื่อวางใจ

ในพระเยซูที่ตายบนไมกเขนและเป็นขึ้นมาจาก

ตายเนี่ยเขาก็ได้มีส่วนร่วมในอาณาจักรของ

พระเจ้าเดี๋ยวนี้พระเยซูคริสต์เป็น

กษัตริย์ของอาณาจักรพระเจ้าและผู้เชื่อ

เป็นประชากรในอาณาจักรนั้นแล้วมัทธิวบท

ที่ 7 อยู่ในบริบทของคำเทศนาบนภูเขานะ

ครับในคำเทศน์นี้กษัตริย์เยซูกำลังมอบ

ธรรมบัณฑิต

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือว่าพระเยซูกำลัง

วาดภาพให้เราเห็นว่าการดำเนินชีวิตใน

อาณาจักรของพระองค์เป็นยังไงอย่างเช่นพระ

เยซูสอนเกี่ยวกับเรื่องความโกรธการยาล้าง

การแก้แค้นการรักศัตรูเป็นต้นนะครับแล้ว

ในมัทธิวบทที่ 7 ที่เราจะศึกษาด้วยกันวัน

นี้กษัตริย์เยซูกำลังสอนเราเกี่ยวกับ

เรื่องการพิพากษาผู้อื่นงั้นเดี๋ยวให้เรา

มาดูในมัทธิวบทที่ 7 ข้อ 1 – ข้อ 5 ด้วย

กันนะครับพระเยซูสอนว่าอย่าพิพาาเพื่อพระ

เจ้าจะไม่ทรงพิพากษาท่านทั้งหลายเพราะว่า

พวกท่านจะพิพากษาผู้อื่นอย่างไรพระเจ้าจะ

ทรงพิพากษาท่านอย่างนั้นและท่านทั้งหลาย

จะตวงให้ผู้อื่นด้วยทนานอันใดพระเจ้าจะ

ทรงตวงให้พวกท่านด้วยทนาอันนั้นทำไมท่าน

มองเห็นผงในตาพี่น้องของท่านแต่กลับมอง

ไม่เห็นไม้ทังท่อนที่อยู่ในตาของท่านท่าน

จะกล่าวกับพี่น้องได้อย่างไรว่าว่าให้ฉัน

เขี่ผงออกจากตาของเธอทั้งๆที่มีไม้ทั้ง

ท่อนอยู่ในตาของท่านเองคนหน้าซื่อใจคดจง

ชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่านก่อนแล้ว

ท่านจะเห็นได้ถนัดจึงจะเขี่ยผงออกจากตา

พี่น้องของท่านได้ข้อที่ 1 เปิดด้วยคำ

สั่งสั้นๆของพระเยซูว่าอย่าพิพากษาหรือ

ว่าอีกฉบับนึนะครับพระคัมภีร์อีกฉบับนึง

ฉ่คำว่าอย่าตัดสินนี่เป็นคำสั่งจาก

กษัตริย์เยซูเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่

เหมาะสมสำหรับประชากรของพระองค์นะครับการ

พิพากษาคนอื่นในแบบที่พระเยซูกำลังพูดถึง

ในมัทธิวบทที่ 7 ข้อ 1 นี้เนี่ยเป็นการทำ

ตัวที่ไม่สมกับเป็นคนของพระองค์มันเป็น

การงานของเนื้อหนังที่พระเยซูไม่อยากให้

มีในพวกเรานะครับในประชากรของพระองค์ในยอ

บทที่ 5 พระเยซูเคยบอกว่าผู้เชื่อเนี่ย

ไม่ถูก

พิพากษาไม่ถูกพิพากษาก็คือเราจะไม่ถูกพระ

เจ้าพิพากษาในวันสุดท้ายพระพิโรธของพระ

เจ้าจะไม่แตะต้องคนที่เชื่อวางใจในพระ

เยซูเพราะกษัตริย์เยซูได้ถูกพิพากษาลงโทษ

เพื่อเราแล้วบนไม้กันเขนเพราะฉะนั้นนะ

ครับเราที่จะไม่ถูกพิพากษาในวันสุดท้าย

ได้รับสั่งจากกษัตริย์เยซูว่าอย่าพิพ

พากษาหรือว่าอย่าตัดสินพระเยซูไม่ให้เรา

ตัดสินผู้อื่นพระเยซูคริสต์ไม่ให้คนของ

พระองค์พิพากษาคนอื่นแต่จริงๆแล้วนะครับ

ถ้าเราจะสามารถเชื่อฟังพระเยซูในเรื่อง

นี้ได้ถ้าเราจะสามารถเชื่อฟังคำสั่งของ

พระองค์ในเรื่องนี้ได้เราจะต้องเข้าใจ

ก่อนว่าการพิพากษานั้นหมายความว่ายังไง

การตัดสินในแบบที่พระเยซูห้ามในข้อที่ 1

นี้มีความหมายว่ายังไงนี่สำคัญครับซึ่ง

เราก็เข้าใจจากพระคัมภีร์ข้ออื่นๆนะครับ

ว่าไม่ใช่ว่าการตัดสินทุกรูปแบบหรือว่า

การพิพากษาทุกรูปแบบจะเป็นความบาปนะครับ

เช่นพระเยซูเองก็เคยพูดในยอหบทที่ 7 ข้อ

24 ว่าจงพิพากษาอย่างยุติธรรมเถิดเพราะ

ฉะนั้นนะครับมีทั้งคำสั่งให้พิพากษาใน

ยอห์บทที่ 7 แล้วก็มีข้อห้ามไม่ให้

พิพากษาในมัทธิวบทที่ 7 ด้วยซึ่งพระเยซู

ไม่ได้ขัดแย้งกับคำพูดของพระองค์ครับแต่

พระองค์กำลังพูดถึงการตัดสิน 2 แบบมีทั้ง

การตัดสินหรือการพิพากษาที่ดีและมีการตัด

สินหรือการพิพากษาที่ไม่ดีด้วยซึ่งเราไม่

อยากเป็นคนที่คิดว่าการพิพากษาทุกรูปแบบ

เป็นสิ่งไม่ดีอันนี้ก็เกินไปนะครับมันสุด

ตรงแต่ว่าขณะเดียวกันนะครับเราไม่อยาก

เป็นคนที่คิดว่าการพิพากษาทุกรูปรูปแบบ

เป็นสิ่งที่ดีด้วยอันนี้ก็สุดตรงเหมือน

กันมันเกินไปงั้นถามว่าการพิพากษาที่พระ

เยซูห้ามในมัทธีบทที่ 7 ข้อ 1 คืออะไร

อาจารย์จแอร์เสนอว่าอย่าพิพากษาแปละง่ายๆ

ว่าหยุดวิจารณ์หรือว่าหยุดวิพากษ์วิจารณ์

นั่นเองอาจารย์คอรดมาเบเวบอกว่าพระเยซู

กำลังใช้คำว่าพิพากษาเป็นคำพ้องของคำว่า

กล่าวโทษแล้วก็ิอ jc บอกว่าสิ่งที่องค์

พระผู้เป็นเจ้าของเราประนามคือใจที่ชอบ

จับผิดแล้วนอกจากคำบรรยายที่อาจารย์พวก

นี้เสนอมาแล้วผมว่าองค์ประกอบอีก 2 อย่าง

ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคือการดูหมิ่น

หรือว่าการดูถูกคนอื่นและการใายร้ายพวก

เขาไม่ว่าจะด้วยความคิดหรือคำพูดของเรานะ

ครับประเด็นคือว่าพระเยซูห้ามการตัดสิน

แบบนี้ห้ามการพิพากษาคนอื่นแบบนี้ joh

แคอนะครับอาจารย์จแอร์บอกว่าสุดท้ายแล้ว

มันเกี่ยวกับทาทีเรามีท่าทีต่อผู้อื่นยัง

ไงครับพี่น้องงั้นผมขอยกตัวอย่างหลายๆข้อ

เพื่อช่วยให้เราเห็นภาพเรื่องการตัดสิน

มากยิ่งขึ้นนะครับในลูกาบทที่ 7 พระเยซู

ไปกินข้าวที่บ้านของฟาริสีคนหนึ่งแล้วมี

ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาซึ่งพระคัมภีร์บอก

ว่าเป็นคนบาปผู้หญิงคนนี้เอาน้ำมันมา

ชะโลมเท้าของพระเยซูแล้วก็เช็ดเท้าของพระ

องค์ด้วยผมของเธอด้วยแล้วพระคัมภีบอกเรา

ว่าเมื่อฟาริสีที่เชิญพระเยซูเห็นเช่น

นั้นก็นึกในใจว่าหากคนนี้เป็นผู้เผยวัชนะ

เขาก็น่าจะรู้ว่าผู้ที่มาแตะต้องเขาเป็น

ใครและเป็นผู้หญิงประเภทไหนเพราะนางเป็น

คนบาปฟาริสีคนนี้ตัดสินอย่างผิดพลาดนะ

ครับพระเยซูเป็นผู้เผยวัชนะและผู้หญิงคน

นี้ได้รับการอภัยแต่ฟาริสีคนนี้จับผิดและ

ตั้งตัวเองไว้เป็นผู้พิพากษาทั้งพระเยซู

และผู้หญิงคนนี้ขอยกตัวอย่างอีกนะครับ

เช่นในยากอบบทที่ 3 มีการตัดสินเกิดขึ้น

ในคริสตจักรคือมีการตัดสินคนยากจนใน

คริสตจักรนะครับก็คือคนในคริสตจักรให้คน

รวยนั่งในที่ดีๆแต่ให้คนยากจนนั่งบนพื้น

ยากอบก็บอกกับพวกเขาว่าท่านก็แบ่งชนชั้น

และตัดสินคนด้วยความคิดอธรรมไม่ใช่หรหรือ

คำว่าท่านตัดสินคนก็แปลตรงตัวว่าท่านกลาย

เป็นผู้

พิพากษาพวกเขาตั้งตัวเองไว้เป็นผู้

พิพากษาแล้วตัดสินว่าคนรวยดีกว่าคนจนพวก

เขาเห็นคริสเตียนที่ยากจนเข้ามาใน

คริสตจักรแล้วดูเหม็นพวกเขาพวกเขาไม่ได้

มองเหมือนที่พระเจ้ามองครับเข้าวัดด้วย

สายตาของมนุษย์ที่ไม่ได้เอาเรื่องฝวิญญาณ

มาเกี่ยวข้องไม่ได้เอาเรื่องความเชื่อมา

มาเกี่ยวข้องเขาตั้งศาลไว้ในความคิดของ

เขาแล้วตัดสินว่าคนรวยควรจะนั่งในที่ดีๆ

แต่คนยากจนต้องนั่งบนพื้นแลยกตัวอย่างอีก

ครับเช่นขณะที่หิพันธสัญญากำลังถูกนำเข้า

มาในเมืองเยรูซาเล็มใน 2 ซามูเอลบทที่ 6

ข้อ 14 เนี่ยกษัตริย์ดาวิดกำลังเต้นไป

เต้นมากระโดดไปกระโดดมานะครับแต่ภรรยาของ

กษัตริย์ดาวิดชื่อมีคามีคาเห็นเหตุการณ์

นี้เกิดขึ้นแล้วพระนบีบอกว่าเธอดูหมิ่น

กษัตริย์ดาวิดในใจเธอตั้งตัวเองไว้เป็น

ผู้พิพากษาแล้วตัดสินสามีแต่สิ่งที่น่า

แปลกใจนะครับคือพระเจ้าพอใจกับสิ่งที่

กษัตริย์ดาวิดทำแต่ภรรยาเนี่ยมอง

สถานการณ์ด้วยความใจแคบด้วยความคิดชั่ว

ร้ายแล้วตัดสินดาวิดอย่างไม่ถูกต้อง

สังเกตนะครับในแต่ละตัวอย่างที่เราดูด้วย

กันเมื่อกี้คนที่ตั้งตัวเองไว้เป็นผู้

พิพากษาไม่ได้มองสถานการณ์อย่างที่พระ

เจ้ามองแต่ตัดสินคนอย่างไม่ยุติธรรมหลาย

ความเมตตาและด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป

ขอยกตัวอย่างการตัดสินในปัจจุบันที่เป็น

เรื่องสมมุตินะครับเช่นสมมุติเรารู้จัก

กับผู้เชื่อที่ขาดความเป็นผู้ย่ฝ่าย

วิญญาณคนหนึ่งเขายังมีปัญหามากมายในชีวิต

มีความบาปหลายอย่างในชีวิตที่ยังต้องจัด

การอยู่แต่แทนที่เราจะเข้าไปเสริมสร้าง

เขาเข้าไปเสริมสร้างความเชื่อของเขาให้

เข้มแข็งขึ้นเราก็ตัดสินเขาไปเลยว่าเป็น

ผู้เชื่อปลอมและเราหลีกเลี่ยงเขาไม่อยาก

จะคบกับเขาอีกต่อไปหรือสมมุติว่าเราออกไป

กินข้าวกับครอบครัวคริสเตียนหนึ่งที่เรา

เพิ่งเจอครั้งแรกแล้วเขาก็มีวิธีเลียงลูก

ไม่เหมือนกับเราเมื่อนั้นนะครับเมื่อเรา

เห็นวิธีการเรี้ยงลูกของเขาที่ไม่เหมือน

เราเนี่ยเราตัดสินเขาในใจทันทีว่าเป็นพ่อ

แม่ที่ดีเป็นครอบครัวที่ไม่ดีและคงไม่เอา

จริงเอาจังกับพระเจ้าด้วยหรือสมมุติว่า

เราไปเยี่ยมอ่าคริสตจักรแห่งหนึ่งเป็น

ครั้งแรกคริสตจักรแห่งนี้ไม่ค่อยเข้มแข็ง

เท่าไหร่พี่น้องไม่ค่อยเข้มแข็งเนื้อเพลง

ดนตรีเราไม่ค่อยถูกใจคำเทศนาไม่ค่อยมี

พลังเท่าไหร่ไม่ค่อยตรงกับบริบทเท่าไหร่

แล้วแทนที่เราจะเชื่อในสวนดีเราให้คำตัด

สินในใจว่าเป็นคริสตจักรปลอมและผู้เชื่อ

ที่นี่คงเป็นผู้เชื่อปลอมด้วยในลูกาบทที่

18 นะครับเราสามารถสัมผัสกับท่าทีของคน

ที่ชอบตัดสินในเมื่อฟาริสีอธิษฐานว่า

ขอบคุณพระเจ้าที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคน

อื่นเพราะว่านี่แหละคือหัวใจของคนที่ชอบ

ตัดสินและจับผิดคนอื่นนะครับขอบคุณพระ

เจ้าที่ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนบาปเหล่า

นั้นฟล 4 คนนี้เชื่อมั่นในตัวเองว่าเขา

เป็นคนชอบธรรมขณะที่ดูถูกคนเก็บพระอีกคน

ที่น่าสนใจนะครับพระเยซูว่าคนเก็บภาษีคน

นี้ถูกนับเป็นคนชอบธรรมก็คือพระเจ้านับ

ว่าคนเก็บภาษีคนนี้เป็นคนชอบรรเพราะอะไร

ครับเขาขอความเมตตาจากพระเจ้าส่วนฟาริสี

คนนี้เนี่ยพระเยซูบอกว่าไม่ได้ถูกนับเป็น

คนชอบธรรมเพราะฉะนั้นสรุปแล้วนะครับพระ

เยซูไม่อนุญาตให้คริสเตียนเราตัดสินคน

อื่นแบบนี้วิพากษ์วิจารณ์ชอบจับผิดประนาม

เาดูถูกเดูหมิ่นเานี่เป็นสิ่งที่พระเยซู

ห้ามผู้เชื่อเราทำนะครับไม่ให้ผู้เชื่อ

เราทำอย่างนี้แล้วหลังจากพระเยซูบอกว่า

อย่าพิพากษาในข้อที่ 1 เนี่ยพระองค์ก็ให้

เราเห็นความร้ายแรงของสิ่งนี้เมื่อพูดต่อ

ไปในข้อที่ 1 ว่าเพื่อพระเจ้าจะไม่ทรง

พิพากษาท่านทั้งหลายจริงๆแล้วภาษาดั้ง

เดิมไม่มีคำว่าพระเจ้าแต่นักแปลคงจะตเอา

เพื่อให้ความหมายชัดเจนขึ้นเพราะฉะนั้นนะ

ครับสิ่งที่พระเยซูพูดในข้อที่ 1 ก็แปล

ว่าถ้าเราไม่พิพากษาคนอื่นหรือไม่ตัดสิน

คนอื่นเนี่ยเราก็จะไม่ถูกพระเจ้าพิพากษา

ลงโทษด้วยแต่ในทางกลับกันนะครับคำพูดของ

พระเยซูในข้อที่ 1 นี้บอกเป็นนๆว่าถ้าเรา

ตัดสินคนอื่นเราเองจะถูกพระเจ้าตัดสินใน

วันสุดท้ายนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะครับการ

ตอบสนองของพวกเราในเรื่องนี้จะพิสูจน์ว่า

เราอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้าหรือเปล่าก็

คือคนที่เชื่อฟังคำสอนของพระเยซูในเรื่อง

นี้ยอมถ่อมใจลงละทิ้งการตัดสินคนอื่นกลับ

ใจใหม่เมื่อเราตัดสินคนอื่นและต่อสู้กับ

การตัดสินคนอื่นต่อไปเรื่อยๆคนประเภทนี้

แหละนะครับกำลังพิสูจน์ว่าเขาเป็นประชากร

ของพระเยซูจริงๆแต่ถ้าเราได้ยินคำพูดของ

พระเยซูในเรื่องนี้แล้วอย่าตัดสินคนอื่น

ต่อไปไม่ทำตามไม่เอาใจใส่ไม่สนใจที่จะลับ

ฟังหรือเชื่อฟังคำสอนของพระเยซูเนี่ยถ้า

อย่างนั้นแล้วเรากำลังพิสูจน์ว่าตัวเอง

ไม่ใช่ประชากรของพระเยซูและเราเปรียบ

เสมือนคนที่สร้างบ้านวนศิลาซึ่งจะพังลงใน

วันสุดท้ายและเราจะถูกพิพากษาลงโทษนะครับ

ประชากรของพระเยซูจะเชื่อฟังพระองค์ใน

เรื่องนี้ไม่ Perfect ไม่ 100% นะครับแต่

อย่างน้อยเขาก็จะพยายามโดยพระคุณของพระ

เจ้าที่จะเชื่อฟังพระเยซูและละดทิ้งการ

ตัดสินคนอื่นจะเกลียดชังการตัดสินคนอื่น

ที่ยังอยู่ในใจของเขาจะเกลียดชังการ

วิพากษ์วิจารณ์ที่ยังอยู่ในหัวใจของตัว

เองและเมื่อล้มเหลวคือเมื่อตัดสินคนอื่น

ก็จะหันกลับมาจะกลับใจใหม่และพึ่งพาในพระ

เยซูคริสต์ต่อไปต่อไปในข้อที่ 2 พระเยซู

จะอธิบายเกี่ยวกับการตัดสินเพิ่มเติมว่า

เพราะว่าพวกท่านจะพิพากษาผู้อื่นอย่างไร

พระเจ้าจะทรงพิพากษาท่านอย่างนั้นและท่าน

ทั้งหลายจะตวงให้ผู้อื่นด้วยทนาอันใดพระ

เจ้าจะทรงตวงให้พวกท่านด้วยทนาอันนั้นใน

ข้อที่ 2 นี้นะครับพระเยซูกำลังสื่อสาร

ถึงหลักการที่เราอาจจะสรุปได้โดยบอกว่า

เราทำต่อคนอื่นในชีวิตนี้อย่างไรพระเจ้า

ก็จะทรงทำต่อเราในวันสุดท้ายอย่างนั้นก็

คือมาตรฐานที่เราใช้กับคนอื่นบนโลกนี้

เป็นมาตรฐานเดียวกันที่พระเจ้าจะทรงใช้

กับเราในวันพิพากษาถ้าเราเข้มงวดและ

รุนแรงในการตัดสินคนอื่นพระเจ้าก็จะทรง

เข้มงวดและรุนแรงในการตัดสินเราด้วยยากอบ

น้องชายของพระเยซูเคยพูดในสิ่งที่ใกล้

เคียงในยากบทที่ 2 ว่าผู้ที่ร้ายความ

เมตตาจะถูกตัดสินลงโทษโดยร้ายความเมตตา

ปราณีน่ากลัวถ้าเราไม่เมตตาผู้อื่นเรา

กำลังบอกกับพระเจ้าด้วยชีวิตของเราว่าเรา

ไม่ต้องการให้พระองค์เมตตาเราในวันสุด

ท้ายพี่น้องการพิพากษาคนอื่นเป็นเรื่อง

อันตรายครับพระเยซูห้ามไม่ให้ผู้เชื่อเรา

ตัดสินซึ่งกันและกันและพระเยซูก็เคยใช้

หลักการประมาณนี้ในมัทธิวบทที่ 6 มาแล้ว

ด้วยเมื่อพระองค์บอกว่าถ้าท่านท่านไม่ยอม

อภัยบาปผิดของผู้อื่นพระบิดาก็จะไม่อภัย

บาปผิดของท่านเช่นกันคือไม่ใช่ว่าเราจะ

สามารถซื้อการยกโทษจากพระเจ้าด้วยการที่

เรายกโทษให้กับผู้อื่นนะครับแต่การไม่ยอม

ให้อภัยเนี่ยจะเป็นหลักฐานว่าเราไม่ใช่คน

ของพระเจ้าและในวันสุดท้ายเราจะถูกตัดสิน

ลงโทษในฐานะคนบาปที่ไม่ได้รู้จักกับเจ้า

ด้วยหรือถ้าเราจะพูดในทางกลับกันนะครับก็

คือผู้ที่รับการอภัยบาปจะให้อภัยคนบาปผู้

ที่รับความเมตตาจากพระเจ้าทางพระเยซู

คริสต์เนี่ยจะแสดงความเมตตาให้กับคนอื่น

ด้วยเพราะฉะนั้นนะครับคำถามก็คือว่าณตอน

นี้เรากำลังทำต่อพี่น้องคนอื่นในแบบที่

เราอยากให้พระเจ้าทำต่อเราในวันสุดท้าย

หรือเปล่าแล้วสิ่งที่แยบยนนะครับสิ่งที่

แยบยนเี่ยวกับเรื่องเรื่องนี้คือแม้การ

ตัดสินคนอื่นจะทำให้เราดูเป็นคนที่สนใจใน

เรื่องความบริสุทธิ์มากแต่ว่าการตัดสินคน

อื่นในแบบที่พระเยซูพูดถึงมักจะมาพร้อม

กับความน่าซื่อใจคดสิ่งที่น่ากลัวนะครับ

คือคนที่ชอบตัดสินคนอื่นมักจะมองไม่เห็น

ความบาปที่อยู่ในตัวเขาเองพี่น้องเคยเจอม

ครับทะเลาะกับสามีหรือภรรยาของเรากำลัง

วิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างรุนแรงแต่เรากำลัง

มองข้ามความผิดิดบาปของตัวเองเลยระวัง

ความน่าเซืใจตนี้นะครับแล้วในข้อต่อไปนะ

ครับข้อที่ 3 พระเยซูจะให้เราเห็นภาพของ

ความน่าซื่อใจโคดนี้ด้วยพระเยซูถามว่า

ทำไมท่านมองเห็นผงในตาพี่น้องของท่านแต่

กลับมองไม่เห็นไม้ทังท่อนที่อยู่ในตาของ

ท่านในตัวอย่างนี้มี 2 คนนะครับคนนี้มีผง

อยู่ในตาส่วนอีกคนหนึ่งมีไม้ทังท่อนแต่

เขาเห็นแต่ผงที่อยู่ในตาของเพื่อนขณะที่

มองไม่เห็นเหนไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของ

เขาเองแล้วก็ในข้อที่ 4 ครับพระเยซูถาม

อีกว่าท่านจะกล่าวกับพี่น้องได้อย่างไร

ว่าให้ฉันเขี่ผงออกจากตาของเธอทั้งๆที่มี

ไม้ทั้งท่อนอยู่ในตาของท่านเองทำไมถึง

เห็นสิ่งเล็กน้อยที่อยู่ในตาของพี่น้อง

แต่มองไม่เห็นไม้ทางท่อนที่อยู่ในตาของ

ตัวเองล่ะคนนี้ดูเหมือนว่าอยากจะช่วยมีผง

อยู่ในตาเพื่อนอยากช่วยแต่จริงๆแล้วก็คง

เป็นการเส่แสร้งมากกว่าครับเพราะขนาดไม้

ทั้งท่อนที่ที่อยู่ในตาของเขาเองไม่จัด

การเลยซึ่งหมายทางท่อนนี้อาจจะเปรียบ

เสมือนความผิดบาปใหญ่ๆหรือว่าความน่าซื่อ

ใจโค้ดคนๆนี้ที่ดูจะสนใจในเรื่องความ

บริสุทธิ์ไม่ได้สนใจความบริสุทธิ์ในชีวิต

ตัวเขาเองอันนี้เราเรียกกันว่าน่าซื่อใจ

คดพระเยซูกำลังเปิดเผยความน่าซื่อใจคดของ

เขาและกำลังแสดงให้เห็นว่าคนนี้ไม่ได้

อยู่ในสภาพที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นจริง

ๆยังไม่พร้อมเลยครับยังไม่จัดการกับปัญหา

ของตัวเองเพราะว่าหนึในปัญหาใหญ่ของคหน้า

เสื้อใจโค้ดในข้อที่ 3 นี้คือความเยื่อ

ยิงครับความเยื่อยิงทำให้ผมเชี่ยวชาญใน

การเห็นความผิดในชีวิตผู้อื่นขณะที่มอง

ไม่เห็นความผิดบาปในตัวผมเองความเยื่อ

หยิงนะครับนำไปสู่ความน่าซื่อใจคคตซึ่ง

เมื่อเราทำตัวแบบนี้เรากำลังสะท้อนลักษณะ

ของฟาริสีที่อธิษฐานว่าขอบคุณพระเจ้าที่

ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่นไม่มีอะไรอยู่

ในตาของผมเองอันนี้น่าซื่อใจโคดเมื่อเรา

น่าเชื่อใจโคดและดูถูกคนอื่นเมือนฟาริสี

แม้เราจะดูเป็นคนบริสุทธิ์มากแต่จริงๆ

แล้วเรากำลังหลอกตัวเองสิ่งที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับอ่าคำสอนของพระเยซูในบริบทนี้

คือพระเยซูไม่ได้เพียงแค่เปิดเผยความน่า

ซื่อใจโคตเท่านั้นไม่ได้เปิดเผยความน่า

ซื่อใจโคตแล้วบอกว่าอย่าพูดอะไรกับคนที่

มีผงอยู่ในตาของเขาแต่พระองค์ก็สอนวิธี

ที่จะสามารถช่วยคนที่มีผงอยู่ในตาของเขา

ด้วยในข้อที่ 5 นะครับเราเห็นวิธีแก้ที่

ถูกต้องและปราศจากความน่าเซื่อใจคนพระ

เยซูบอกว่าจงชักไมยทางท่อนออกจากตาของ

ท่านก่อนแล้วท่านจะเห็นได้ถนัดจึงจะเขี่ย

ผงออกจากตาพี่น้องของท่านได้ถ้าเราเจอพี่

น้องคนอื่นที่มีผงอยู่ในตาหรือว่าที่มี

ความบาปอยู่ในชีวิตวิธีตอบสนองที่ถูกต้อง

ไม่ใช่การไม่พูดอะไรเลยครับไม่ใช่การอยู่

เฉยๆแล้วบอกว่าฉันจะไม่ตัดสินฉันไม่พูด

อะไรเป็นเรื่องของเขาให้เขาจัดการไปเอง

ไม่ครับพระเยซูไม่ได้สอนให้เราทำอย่างนี้

แต่พระเยซูสอนว่ายังไงครับจงชักไม้ทาง

ท่อนออกจากตาของท่านก่อนต้องจัดการกับ

ความผิดบาปในชีวิตตัวเองก่อนถึงจะพร้อม

ช่วยคนอื่นได้เราต้องกลับใจจากความผิดบาป

ในตัวเองก่อนจัดการกับความเยื่อยิงความ

น่าเซื่อใจดและอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นความ

บาปในชีวิตของเรานะครับการทำอย่างนี้จะ

ช่วยเตือนสติเราว่าเราไม่ใช่พระเจ้าเรา

ไม่ใช่ผู้พิพากษาลงโทษเราเป็นพี่น้องกับ

ผู้เชื่อคนอื่นๆที่เหมือนเรานะครับเมื่อ

เราถ่อมใจลงและกลับใจจากบาปของเราก่อนนะ

ครับเรารับการเตือนสติว่าจริงๆแล้วฉันก็

เป็นเหมือนคนอื่นที่ต้องการความเมตตาฉัน

ไม่ได้อยู่เหนือกว่าเขาฉันก็เป็นคนบาปคน

หนึ่งที่ต้องการความเมตตาจากพระเจ้าทาง

พระเยซูคริสต์เมื่อเราจัดการกับความผิด

บาปในชีวิตของตัวเองเรากำลังสารภาพว่าฉัน

ยังต้องการหมายกางเขนอยู่ฟาริสีในอุปมา

ของพระเยซูทำตัวตัวเหมือนว่าไม่ต้องการ

พระเจ้าไม่ต้องการความเมตตาแต่เมื่อเรา

กลับใจใหม่เมื่อเราจัดการกับความผิดบาปใน

ชีวิตของตัวเองเรากำลังประกาศว่าฉันยัง

ต้องการหมายกางเขนอยู่แล้วถ้าเรารู้สึก

ได้จริงๆนะครับว่าเราต้องการไม้กางเขนถ้า

เราสามารถสัมผัสถึงโหลดชาติความตายของพระ

เยซูเพื่อเราจริงๆมันก็จะเปลี่ยนท่าทีของ

เราครับมันก็จะเปลี่ยนท่าทีของเราต่อผู้

อื่นท่าทีของการวิพากษ์วิจารณ์เกล่าโทษ

จับผิดและดูหมิ่นคนอื่นเนี่ยจะไม่สามารถ

อยู่ใกล้ชิดกับไมกางเขนได้นะครับเมื่อเรา

ตัดสินคนอื่นนะครับเราไม่ได้คิดถึงว่า

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับมากเนฉันเป็นคนบาปที่

ต้องการความเมตตาจากพระเยซูแต่ว่าในข่าว

ประเสริฐนะครับเราถูกสอนว่าคนที่ควรถูก

พิพากษาไม่ได้ถูกพิพากษานั่นคือเราเองแต่

พระเยซูผู้พิพากาได้ถูกตัดสินลงโทษแทนพวก

เราพระเยซูคริสต์ที่สามารถทำให้ผมตกนรก

ได้เผชิญกับการพิพากษาลงโทษบนไม้กเเขน

เพื่อผมเพราะฉะนั้นนะครับเมื่อเราสำรวจ

ตัวเองถอมใจลงและจัดการกับความผิดบาปของ

เราหันกลับจากความผิดบาปของเราเรากำลัง

รับการเตือนสติว่าฉันเป็นหนึ่งในคนเหล่า

นั้นที่ต้องการให้พระเยซูมาตายเพื่อเขา

ฉันต้องการให้พระเยซูมาตายเพื่อฉันมัน

เป็นเนื้อหนังของเรานะครับพี่น้องที่ทำ

ให้เราคิดว่าเราไม่เหมือนคนอื่นนี่เป็น

ความเยื่อเยิงของเรานะครับเหมือนกับว่า

เราไม่ใช่ลูกหลานของอาดัมเราไม่เหมือนคน

อื่นเราอยู่เหนือคนอื่นเรามาจากสวรรค์พี่

น้องเคยคิดอย่างนี้บ้างมครับว่าเราไม่

เหมือนคนอื่นเขาไม่ดีแต่เราเป็นคนที่ดี

พี่น้องเคยเจอระวังขับรถมยครับมีคนอื่น

ตัดหน้าเราเราโกรธเขาไม่เชื่อในส่วนดีเรา

แค่คิดว่าเป็นคนเลวร้ายมากที่ทำอย่างนี้

กับเราแต่ว่าต่อมาเราก็ทำสิ่งเดียวกันกับ

คนอื่นแต่เมื่อเราทำนะครับเราไม่ได้คิด

ว่าตัวเองเป็นคนแย่ที่สุดเป็นคนไม่ดีไม่

เชื่อในส่วนดีไม่ครับเราคิดในใจว่าไม่ได้

ตั้งใจโทษทีเราตัดสินคนนี้อย่างรุนแรงแต่

ถ้าเป็นเราเราก็ปกป้องตัวเองมีอคติหรือ

ว่าลำเอียงนะครับมีพระคัมภีร์ที่น่าสนใจ

ในฮีบรูบทที่ 5 ที่พูดถึงคุณสมบัติของ

มหาปุโรหิตมหาปุโรหิตในสมัยเตนัดพพและพระ

วิหารนะครับพระพระคบีบอกว่าท่านสามารถ

ปฏิบัติอย่างนุ่มนวลต่อคนที่รู้เท่าไม่

ถึงกและที่หลงผิดเพราะท่านเองก็มีความ

อ่อนแอพี่น้องสังเกตมั้ยครับว่าคุณสมบัติ

ของเขาในข้อนี้คืออะไรมันก็คือความอ่อนแอ

นั่นเองความอ่อนแอของมหาปุโรหิตทำให้เขา

สามารถปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างนุ่มนวลเขา

เข้าใจว่าความอ่อนแอมันรู้สึกยังไงสังเกต

นะครับพี่น้องเมื่อเราตัดสินนคนอื่นเนี่ย

สิ่งที่เรามองไม่เห็นณตอนนั้นคือความอ่อน

แอของตัวเราเองเมื่อเราวิพากษ์วิจารณ์คน

อื่นความเยื่อเหย่งมันทำให้เรามองไม่เห็น

สถานการณ์อย่างชัดเจนนะครับมองไม่เห็น

ความบาปและความอ่อนแอของตัวเราเองเราเห็น

ได้แต่ความผิดในชีวิตของคนอื่นเราก็เลย

กล้าที่จะเข้มงวดมากกับเขาและไม่แสดงความ

เมตตาเลยซึ่งเมื่อเราทำอย่างนี้นะครับ

เมื่อเราตัดสินคนอื่นแบบนี้เรากำลังลืม

ไม้กาเนะครับแต่ว่าความถ่อมใจและการกลับ

ใจใหม่มันช่วยให้เรากลับมาอยู่กับความ

เป็นจริงการกลับใจใหม่มันทำลายการโอ้อวด

ของเราคนที่กลับใจใหม่ไม่มีสิทธิ์ที่จะ

อวดตัวเองได้เลยครับเราอวดได้แต่พระเยซู

คริสต์และไม้กเนของพระองค์เพราะฉะนั้นสุด

ท้ายแล้วนะครับพระเยซูมาพูดในข้อที่ 5

เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราจัด

การกับความบาปของตัวเองก่อนหือว่าเมื่อ

เราชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของเราก่อนพระ

เยซูบอกว่าแล้วท่านจะเห็นได้ถนัดจึงจะ

เขี่ผงออกจากตาพี่น้องของท่านได้พระเยซู

ว่าสายตามันจะชัดขึ้นเมื่อเราจัดการกับ

ความผิดบาปของเราเราจะสามารถเห็น

สถานการณ์ชัดเจนขึ้นและเมื่อนั้นนะครับ

เราจะพร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องที่มี

ความบาปในชีวิตของเขาเพราะฉะนั้นนะครับ

แทนที่เราจะเชื่อมั่นในตัวเองและตัดสินคน

อื่นแล้วเสแสร้งว่าอยากช่วยเาพระเยซูให้

เราถ่อมใจลงพระเยซูให้เราสำรวจตัวเองพระ

เยซูให้เรากลับใจใหม่และเมื่อนั้นนะครับ

เราจะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้เราจะพร้อม

ที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้คนที่ถ่อมใจและ

จัดการกับความผิดบาปของตัวเองคือคนที่มี

สิทธิ์ช่วยเหลือพี่น้องคนอื่นนะครับในพระ

ธรรมกาลาเทียบทที่ 6 ข้อ 1 อาจารย์เปาโล

บอกเราว่าพี่น้องทั้งทั้หลายแม้จับใครที่

ละเมิดประการใดได้พวกท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระ

วิญญาณคงจะหมายถึงว่ามีความเป็นผู้ใหญ่

ฝ่ายวิญญาณนะครับจงช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพ

อ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่โดยคิดถึง

ตัวเองเกร่งว่าท่านจะถูกทดลองด้วยพี่น้อง

สังเกตมั้ยครับว่าเราจะช่วยเหลือคนอื่น

ที่ติดกับดักของบาปด้วยท่าทียังไงก็โดย

ท่าทีที่สุภาพโอนโยนนะครับโดยที่เราคิด

ถึงตัวเองไม่คิดว่าตัวเองดีกว่าหรือสูง

กว่าเขาคนประเภทนี้แหละคือคนที่เหมาะกับ

การช่วยเหลือพี่น้องคนอื่นนะครับต้องมี

ความสุภาพโอนโยนถึงจะช่วยเหลือคนอื่นได้

จริงๆเพราะฉะนั้นนะครับถ้าเราเห็นพี่น้อง

คนอื่นติดกับดาของบาปเราไม่ควรคิดว่าฉัน

จะไม่พูดอะไรฉันจะไม่ตัดสินเหมือนที่พระ

เยซูห้ามเราไม่ให้ตัดสินไม่ใช่อย่างนั้น

ครับพระเยซูไม่ได้สอนให้เราทำอย่างนั้น

การตอบสนองของเราจะต้องถูกต้องตามพระ

คัมภีร์มันจะต้องถูกขั้นตอนซึ่งประกอบ

ด้วยการสำรวจตัวเองก่อนกลับใจไมคก่อนเห็น

ถึงความอ่อนแอของตัวเองก่อนถึงจะพร้อม

ช่วยพี่น้องคนอื่นได้เพราะฉะนั้นนะครับ

คริสเตียนเราไม่ใช่คนที่พึ่งพาในตัวเอง

แล้วขอบคุณพระเจ้าที่เราไม่เหมือนคนอื่น

แต่คริสเตียนเราคือคนที่พึ่งพาในพระเยซู

คริสต์และขอบคุณพระเจ้าสำหรับไมกเนถ้า

ปราศจากไมคกเเขนและการเป็นขึ้นมาจากตาย

ของพระเยซูเราทุกคนจะต้องถูกพิพากษาลงโทษ

ในวันสุดท้ายแต่ว่าข่าวดีสำหรับผู้เชื่อ

เราคือว่าเราจะไม่ถูกพิพากษาอย่างที่พระ

เยซูบอกในโยบทที่ 5 แล้วถ้ามีใครกำลังดู

คลิปเดียวนี้ที่ไม่ใช่คริสเตียนนะครับผม

อยากจะขอร้องให้เราเชื่อวังใจในพระเยซู

คริสต์วันนี้ทางที่เราจะรอดพ้นจากการตัด

สินของพระเจ้ามีแค่ทางเดียวนะครับเราทุก

คนกบฏต่อพระเจ้าผู้สร้างเราเราทุกคนตัด

สินคนอื่นและสมควรถูกพระเจ้าตัดสินอย่าง

ที่เราเห็นพระเยซูพูดในมัทธิวบทที่ 7 วัน

นี้แต่ว่าณที่ไมกางเขนนะครับพระเยซู

คริสต์ได้ถูกลงโทษในฐานะตัวแทนทุกคนที่

เชื่อวังใจในพระองค์สำหรับทุกคนที่กลับใจ

เชื่อในพระเยซูคริสต์แล้วไม่มีทางที่เรา

จะต้องถูกพิพากษาลงโทษในวันสุดท้ายฉะนั้น

อยากจะขอร้องให้ทุกคนนะครับหันกลับจาก

ความผิดบาปของเราและเชื่อวังใจในกษัตริย์

เยซูพระเยซูองค์นี้แหละนะครับตายและเป็น

ขึ้นมาจากตายเพื่อช่วยให้คนบาปคืนดีกับ

พระเจ้าขอให้เราเชื่อวังใจในพระเยซู

คริสต์วันนี้

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปกป้องโดย reCAPTCHA — ความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนด

หมวดหมู่เนื้อหา

ทรัพยากรเพิ่มเติม