พระคัมภีร์

เรียงตามประเภทเนื้อหา

เนื้อหาพระคัมภีร์ล่าสุด

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 2 เปโตร

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรม 1 เปโตร

05/05/2026

3 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพระธรรมนางรูธ 

22/03/2026

คำแนะนำสำหรับการศึกษาวิวรณ์ 📖

19/03/2026

ภาพรวมของพระธรรมวิวรณ์ (ตอนที่ 2/2) ลูกแกะ vs. พญานาค

ร้านหนังสือ

12 พฤศจิกายน 2023

ทุกสิ่งใหม่

Read the original English article at Desiring God
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 15 มีนาคม 2023
บันทึก (0)
Please login to bookmark Close

เมื่อค่ำคืนอันยาวนานของเราจะสิ้นสุดลง

เราอาศัยอยู่ในโลกที่ในไม่ช้าทุกสิ่งที่ “ใหม่” จะกลายเป็นของเก่า  รถคันใหม่จะมีรอยขีดข่วนและขึ้นสนิม รองเท้าคู่ใหม่ก็จะถูกใช้จนขาด ขนมปังก้อนใหม่ก็จะบูด สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในวันนี้จะล้าสมัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ของเล่นใหม่จะถูกเขี่ยตกกระป๋องไปอยู่ในกล่องบริจาคหรือไม่ก็ถังขยะในที่สุด  ผู้บริโภคยังคงเรียกร้องสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุดและกำลังเป็นที่นิยมโดยตระหนักว่าไอเทมใหม่ล่าสุดชิ้นนั้นจะหมดยุคของมันไปในไม่ช้า  เราจ่ายเงินซื้อประกันและขยายระยะประกันสินค้าเพื่อปกป้องการลงทุนของเราและป้องกันการสูญหาย

พระคัมภีร์นำเสนอการประเมินโลกของเราและชีวิตที่ฝั่งตะวันออกของสวนเอเดนของเราอย่างมีสติ นั่นคือ แมลงกัดกินและสนิมทำลาย โจรงัดแงะเข้าไปขโมยได้ ทุกสิ่งเป็นทาสของความเสื่อมโทรม เรามาจากธุลีดินและจะต้องกลับกลายเป็นธุลีดิน (ปฐมกาล 3:19; สดุดี 90:3; ปัญญาจารย์ 3:20; มัทธิว 6:19; โรม 8:21) กระนั้น ตามพระสัญญาของพระเจ้า เราก็รอคอยโลกใหม่ด้วย คือโลก “ซึ่งเป็นที่พำนักของความชอบธรรม” (2 เปโตร 3:13)

ณ จุดสูงสุดหรือจุดจบของคำสอนแห่งพระคัมภีร์ ผู้เผยพระวจนะยอห์นได้เห็น “ฟ้าใหม่และโลกใหม่” และ “เยรูซาเล็มใหม่” และได้ยินพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ตรัสว่า “เรากำลังสร้างสรรพสิ่งขึ้นใหม่” (วิวรณ์ 21:1-5) ข้อความเหล่านี้ถูกล้วงลึกเอามาจากแหล่งของคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิม อย่างเช่น อิสยาห์ 43:18-19 และ 65:17-19  พระธรรมวิวรณ์ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าฟ้าสวรรค์เก่าและโลกเก่าจะหลีกทางให้กับของใหม่อย่างไร แทนที่จะเป็นอย่างนั้น คำพยากรณ์นี้กลับมุ่งความสนใจไปที่สภาพความเป็นจริงแห่งพระประสงค์ในการสร้างขึ้นใหม่ การฟื้นฟูขึ้นใหม่ และการแก้ไขทุกสิ่งขึ้นใหม่ของพระเจ้าพระผู้สร้าง

สังเกตว่าพระเจ้าไม่ได้เพียงแค่ทรงสร้างสิ่งใหม่แทนสิ่งเก่าที่แตกสลายและหมดสมัยแล้วเท่านั้น แต่ทรงทำให้ทุกสิ่งเป็นของใหม่ทั้งหมด  พระสัญญาแห่งการทรงสร้างใหม่นี้อยู่เหนือประเภทปัจจุบันของความใหม่ชั่วคราวของเรา โดยการเปิดเผยความใหม่ประเภทใหม่ที่จะไม่มีวันเสื่อมสภาพหรือผุพังเลย  พระองค์ผู้ทรงเป็นปฐมและอวสานทรงทำให้ทุกสิ่งเป็นสิ่งใหม่และคงความใหม่อยู่เสมอ

ความทุกข์ที่จะสิ้นสุดลง

จงพิจารณาหลายๆ แง่มุมของการทรงสร้างใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้เพื่อเสริมกำลังความตั้งใจในการที่คุณจะอดทนต่อปัญหาต่างๆ ของโลก ในขณะที่เราใฝ่หา “บ้านเมืองที่ดีกว่าคือเมืองสวรรค์” (ฮีบรู 11:16)

ไม่มีปัญหาอีกต่อไป

การเน้นถึง ของ “ใหม่” สี่อย่างในวิวรณ์ 21:1-5 เปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างกับ ของ “เดิม” และของ “เก่า” ซึ่งได้ผ่านพ้นไปแล้วและจะ “ไม่มี” อีกต่อไป  ปัญหาเก่าๆ เหล่านี้ ได้แก่ ความตาย การคร่ำครวญ การร่ำไห้ และความเจ็บปวด (21:4) และรวมถึงสภาพความเป็นจริงที่เป็นสากลต่างๆ ของมนุษยชาติหลังจากที่บาปและความตายได้เข้ามาในโลก ในปฐมกาล บทที่ 3  การมาของสิ่งใหม่นี้ทำให้พระสัญญาแห่งพันธสัญญาเดิมอย่างอิสยาห์ 25:8 สำเร็จ คือ “พระองค์จะทรงกลืนความตายไปชั่วนิรันดร์ พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตทรงซับหยาดน้ำตาจากทุกใบหน้า และจะทรงขจัดความอัปยศอดสูของประชากรของพระองค์ออกไปจากแผ่นดินโลก องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนั้น”

ไม่มีการสาปแช่งอีกต่อไป

ยิ่งกว่านั้น จะไม่มี “การสาปแช่งใดๆ ” อีกต่อไปในการทรงสร้างใหม่ (วิวรณ์ 22:3 TNCV) พระธรรมข้อนี้พูดเป็นนัยๆ ถึงเศคาริยาห์ 14:11 (THA-ERV) “ประชาชนจะอาศัยอยู่ที่นั่น และมันจะไม่ถูกสาปแช่งให้ถูกทำลายอีกต่อไป และเยรูซาเล็มก็จะอยู่อย่างปลอดภัย” เศคาริยาห์ 14:9-12 เน้นให้เห็นความปลอดภัยของชนชาติของพระเจ้าเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกษัตริย์เหนือแผ่นดินโลกและทำลายศัตรูทั้งสิ้นของพระองค์  วิวรณ์ บทที่ 22 เชื่อมโยงการปลดคำสาปแช่งอย่างใกล้ชิดกับการสามารถเข้าไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิตได้อีกครั้งของผู้เชื่อ ซึ่งหมายถึงชีวิตนิรันดร์ในการมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า  ใบของต้นไม้นั้นใช้ “รักษาบรรดาประชาชาติให้หาย” คือบรรดาประชาชาติที่จะดำเนินอยู่ในแสงสว่างของดวงประทีปนี้และนำความโออ่าอลังการของตนเข้ามาในนครอันบริสุทธิ์นี้ (วิวรณ์ 21:24 และดูใน อิสยาห์ 60:3; เศคาริยาห์ 14:16) จะไม่มีการสาปแช่งในนครเยรูซาเล็มใหม่เพราะพระเจ้าจะทรงพลิกกลับชะตากรรมของมนุษย์อย่างสิ้นเชิงนับตั้งแต่การล้มลงในบาปของเรา

ไม่มีภัยคุกคามอีกต่อไป

การไม่มีอยู่ของทะเลในการทรงสร้างใหม่เป็นเครื่องหมายว่า ในที่สุดแล้ว พระเจ้าจะทรงกำจัดทุกๆ ภัยคุกคามออกไปจากประชากรที่ได้รับการไถ่แล้วของพระองค์
การไม่มีอยู่ของทะเลในการทรงสร้างใหม่เป็นเครื่องหมายว่า ในที่สุดแล้ว พระเจ้าจะทรงกำจัดทุกๆ ภัยคุกคามออกไปจากประชากรที่ได้รับการไถ่แล้วของพระองค์

<p”>สุดท้าย ผู้เผยพระวจนะก็ได้เน้นให้เห็นถึงการไม่มีอยู่ของทะเลและกลางคืนในการทรงสร้างใหม่ (วิวรณ์ 21:1; 22:5) ไม่เหมือนกับความตาย นำ้ตา และการสาปแช่งที่กำลังจะผ่านพ้นไป ทะเลและความมืดปรากฏอยู่ในการทรงสร้างที่ดีแต่ดั้งเดิมของพระเจ้า (ปฐมกาล 1:5, 10) อย่างไรก็ตาม ในพระธรรมวิวรณ์ ทะเลก็ถูกเชื่อมโยงเข้ากับอำนาจแห่งความชั่วร้ายและความชั่วร้ายอยู่เสมอ  มารร้ายระบายความโกรธอย่างรุนแรงของมันลงบนแผ่นดินโลกและทะเล ซึ่งทั้งสองก็เป็นตัวแทนของการทรงสร้างครั้งแรก (วิวรณ์ 12:12) สัตว์ร้ายที่กล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทพระเจ้าได้ขึ้นมาจากทะเลและรับอำนาจจากพญานาค (วิวรณ์ 13:1-2 และดูใน ดาเนียล 7:3)

ทะเลยังเกี่ยวข้องกับความตาย (วิวรณ์ 20:13) และเกี่ยวข้องกับการทำการค้าขายซึ่งเป็นภาพของการบูชารูปเคารพของนครอันชั่วร้ายอีกด้วย (คือนครบาบิโลนที่ยิ่งใหญ่) ซึ่งเลียนแบบการค้าอันทรงพลังของเมืองไทระในพระคัมภีร์เดิม (วิวรณ์ 18:17, 19 และดูใน เอเศเคียล 26:27) การอ้างอิงถึงทะเลของยอห์นอาจทำให้นึกถึงพระธรรมอพยพ เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแยกน้ำออกเพื่อให้คนอิสราเอลข้ามไปได้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็เหวี่ยงกองทัพอียิปต์ลงทะเล (อพยพ 14:22,27) การไม่มีอยู่ของทะเลในการทรงสร้างใหม่เป็นเครื่องหมายว่า ในที่สุดแล้ว พระเจ้าจะทรงกำจัดทุกๆ ภัยคุกคามออกไปจากประชากรที่ได้รับการไถ่แล้วของพระองค์

ไม่มีกลางคืนอีกเลย

พระคัมภีร์มักจะเชื่อมโยง “กลางคืน” กับความมืด การคร่ำครวญ ความบาป และการลงโทษเสมอ  ตัวอย่างเช่น พระเจ้าได้ทรงส่งภัยพิบัติแห่งความมืดออกไปเพื่อทำลายอียิปต์และอาณาจักรของสัตว์ร้าย (อพยพ 10:21-22; วิวรณ์ 16:10) และมีความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดินตอนที่พระเยซูทรงถูกตรึง (มาระโก 15:33) ไม่มีกลางคืนอยู่ในนิมิตแห่งการทรงสร้างใหม่ของยอห์น เพราะพระเกียรติสิริอันเจิดจ้าของพระเจ้าและลูกแกะของพระเจ้า (พระเมษโปดก) จะส่องสว่างแก่นครเยรูซาเล็มใหม่จนไม่จำเป็นต้องมีความสว่างจากที่อื่นอีกต่อไป รวมถึงดวงอาทิตย์ด้วย (วิวรณ์ 21:23; 22:5 และดูใน อิสยาห์ 60:19) ยิ่งกว่านั้น การที่ประตูนครยังคงเปิดอยู่เป็นภาพของความปลอดภัยและความมั่นคงรอบด้าน เนื่องจากไม่มีศัตรูที่คอยคุกคามประชากรของพระเจ้าภายใต้การปกปิดของความมืดหลงเหลืออยู่เลย (วิวรณ์ 21:25; อิสยาห์ 60:11)

พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา

หัวใจของความหวังแห่งการทรงสร้างใหม่ คือการสถิตอยู่อย่างถาวรกับบรรดาวิสุทธิชนของพระเจ้า
หัวใจของความหวังแห่งการทรงสร้างใหม่ คือการสถิตอยู่อย่างถาวรกับบรรดาวิสุทธิชนของพระเจ้า

หัวใจของความหวังแห่งการทรงสร้างใหม่ คือการสถิตอยู่อย่างถาวรกับบรรดาวิสุทธิชนของพระเจ้า  ตลอดพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงอยู่ท่ามกลางอิสราเอล เช่น

เราจะตั้งที่พำนักของเราท่ามกลางพวกเจ้า และเราจะไม่ชิงชังพวกเจ้า เราจะดำเนินอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า เป็นพระเจ้าของเจ้า เจ้าจะเป็นประชากรของเรา (เลวีนิติ 26:11-12)

ที่พำนักของเราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และพวกเขาจะเป็นประชากรของเรา (เอเศเคียล 37:27)

วิวรณ์ 21:3 ประกาศการสัมฤทธิ์ผลของพระสัญญานี้ ว่า “บัดนี้ที่ประทับของพระเจ้ามาอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะสถิตกับพวกเขา เขาทั้งหลายจะเป็นประชากรของพระองค์ และพระเจ้าเองจะทรงอยู่กับพวกเขาและเป็นพระเจ้าของพวกเขา” วลีที่บอกว่า “(เขาทั้งหลายจะเป็น) ประชากรของพระองค์” (พหูพจน์) ดัดแปลงจากการอ้างอิงตามธรรมเนียมถึง “ประชากรของพระเจ้า” ที่อยู่ในรูปเอกพจน์ บางทีนี่อาจจะเป็นการสะท้อนคำพยากรณ์ในเศคาริยาห์ 2:11-12 ก็ได้ คือ “ชนชาติมากมายจะร่วมอยู่ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าในวันนั้น และจะเป็นประชากรของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า และพวกเจ้าจะรู้ว่าพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ทรงใช้เรามาหาพวกเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้ยูดาห์เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนของพระองค์ในดินแดนบริสุทธิ์ และจะทรงเลือกสรรเยรูซาเล็มอีกครั้ง”

ประเด็นคือการที่พระเจ้าจะไม่เพียงแค่ทรงสถิตอยู่ท่ามกลางคนเชื้อชาติเดียวเท่านั้น แต่จะทรงอยู่ท่ามกลางประชากรทั้งหมดของพระองค์ที่ได้ถูกซื้อและถูกชำระแล้วโดยเลือดของลูกแกะของพระเจ้า เพื่อประกาศคำสรรเสริญพระองค์ตลอดไป (วิวรณ์ 5:9)  ในที่สุด “ที่ประทับ” หรือ “พลับพลา” ของพระเจ้าก็จะอยู่ท่ามกลางชนชาติแห่งพันธสัญญาของพระองค์อย่างสมบูรณ์ตลอดไป

วิวรณ์ 21:9-27 บรรยายถึงนครเยรูซาเล็มใหม่อันสง่างามในฐานะประชากรที่ได้รับการไถ่ของพระเจ้า (คือเจ้าสาวของลูกแกะของพระเจ้า) และในฐานะนครแห่งวิหารตลอดไป (คือที่ที่พระเจ้าทรงสถิตท่ามกลางประชากรของพระองค์)  ภาพนิมิตนี้ทำให้คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมเกี่ยวกับสง่าราศีของศิโยนที่ได้รับการไถ่แล้ว (อิสยาห์ บทที่ 60) และคำพยากรณ์เกี่ยวกับพระวิหารของพระเจ้าในยุคสุดท้ายสำเร็จ (เอเสเคียล 40:48)

ในการทรงสร้างใหม่ พระเจ้าจะทรงสถิตอยู่ท่ามกลางคนของพระองค์ตลอดไป (วิวรณ์ 21:3; 22:1-5) พระเจ้าและลูกแกะของพระเจ้าจะเป็นผู้ประทานชีวิตนิรันดร์และแสงสว่างอย่างต่อเนื่องให้กับบรรดาวิสุทธิชนของพระองค์  ทุกภัยคุกคามและทุกอุปสรรคที่ขัดขวางการมีสามัคคีธรรมอันสมบูรณ์ระหว่างพระเจ้าและประชากรของพระองค์จะถูกกำจัดไป และเราจะเฝ้าดูพระพักตร์ของพระองค์และนมัสการพระองค์ในฐานะกษัตริย์ผู้เป็นปุโรหิตตลอดไป

ภาพตัวอย่างของสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่กำลังจะมาถึง

ภาพนิมิตของการทรงสร้างใหม่นี้เติมเต็มการใฝ่หาความรอดจากผลแห่งบาปของอาดัมครั้งสุดท้ายของเรา สำหรับที่พำนักถาวรนิรันดร์ในนครศักดิ์สิทธิ์ และสำหรับหน้าที่ที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าในฐานะปุโรหิตและผู้ปกครอง  ภาพของโลกที่ได้รับการฟื้นฟูของวิวรณ์ช่างน่าหลงใหลจริงๆ ไม่ใช่เพราะถนนทองคำหรือกำแพงที่ประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดา แต่เป็นเพราะเราจะได้มี “สิ่งหนึ่ง” ที่ผู้เชื่อใฝ่หามาโดยตลอด นั่นคือ การได้อาศัยอยู่ในที่ประทับอันทรงราศีของพระเจ้า เพื่อชมความงามของพระองค์และแสวงหาพระองค์ในพระวิหารของพระองค์ที่จะปกคลุมทั่วทั้งเยรูซาเล็มใหม่ (สดุดี 27:4)

อย่างที่แอนดรู ปีเตอร์สัน ได้ร้องเพลงเอาไว้ว่า “คุณรู้สึกไหมว่าโลกกำลังแตกสลาย?…คุณรู้สึกไหมว่าเงานั้นมืดทึบกว่าเดิม?…คุณหวังเอาไว้หรือเปล่าว่าจะได้เห็นโลกถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด?” ใช่แล้ว เราก็หวังเช่นนั้น  หรืออย่างที่ไอแซค วัตต์ ได้ร้องเอาไว้ว่า เราอยากเห็น “พระพรของพระเจ้าหลั่งไหลไปไกลเท่าที่ที่การสาปแช่งถูกค้นพบ”

เราอยากเห็นอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงและพระประสงค์ของพระองค์สำเร็จบนโลกเช่นเดียวกับในสวรรค์ (มัทธิว 6:10) เราใฝ่หาการไถ่ร่างกายของเราและการสร้างโลกนี้ขึ้นมาใหม่ (โรม 8:21-23) หนังสือวิวรณ์เสริมกำลังใจที่อ่อนล้าของเราด้วยพระสัญญาอันแน่นอนของพระเจ้าที่บอกว่า “เรากำลังสร้างทุกสิ่งขึ้นมาใหม่” เป็นของใหม่และจะใหม่อยู่ตลอดไป พร้อมด้วยการไม่มีบาปหรือความทุกข์โศกอีกเลย ไม่มีความตายหรือการเปื่อยเน่าอีกต่อไป
พระเจ้าจะทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาใหม่แน่ และพระองค์ก็ได้ทรงเริ่มต้นงานแห่งการทรงสร้างใหม่นั้นแล้วในประชากรของพระองค์ “ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา!” (2 โครินธ์ 5:17) พระผู้สร้างของเราได้ทรงส่องแสงแห่งความรอดเข้ามาในใจเราเพื่อที่เราจะได้เห็นพระเกียรติสิริของพระองค์ในพระพักตร์ของพระคริสต์ และตอนนี้เราก็มีสมบัติชิ้นน้ีในภาชนะดินแล้ว (2โครินธ์ 4:6-7) พูดอีกอย่างคือ เราได้มีประสบการณ์ล่วงหน้ากับสง่าราศีของสวนเอเดนแห่งใหม่ท่ามกลางโลกปัจจุบันที่กำลังผ่านพ้นไป เป็นภาพตัวอย่างของสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่กำลังจะมาถึง  การสร้างหัวใจและชีวิตของประชากรของพระเจ้าขึ้นมาใหม่ในตอนนี้กำลังรอคอยการฟื้นฟูและการซ่อมแซมทุกสิ่งขึ้นใหม่อยู่  องค์พระผู้เป็นเจ้า  ขอทรงได้โปรดเร่งวันเวลาที่ความเชื่อของเราจะกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาด้วยเถิด

อย่าพลาดเนื้อหาใหม่

บทความ คำเทศนา และศาสนศาสตร์ — ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ปกป้องโดย reCAPTCHA — ความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนด

หมวดหมู่เนื้อหา

ไบรอัน แทบบ์
ไบรอัน แทบบ์