สวัสดีครับพี่น้องวันนี้นะครับเราจะมา
ศึกษาต่อใน Part Time New yorn บทที่ 2
ด้วยกันถ้าพี่น้องจำได้นะครับในคลิปที่
แล้วเราได้เห็นว่าการเชื่อฟังพระเยซูเป็น
สิ่งสำคัญที่พิสูจน์ว่าเรารู้จักพระองค์
จริงๆซึ่งวันนี้นะครับในข้อที่ 7 ถึงข้อ
11 เราจะได้เห็นภาพคำสั่งที่สำคัญมาก
จริงๆนะครับคำสั่งที่เราจะศึกษาด้วยกัน
วันนี้เป็นหนึ่งในคำสั่งที่สำคัญที่สุดใน
ชีวิตผู้เชื่อเพราะฉะนั้นเดี๋ยวให้เรามา
ในข้อที่ 7 ก่อนนะครับย้อนเขียนไว้ว่า
ท่านที่รักทั้งหลายข้าพเจ้าไม่ได้เขียน
บัญญัติใหม่ถึงท่านเลยแต่เป็นบรรยากาศ
ซึ่งท่านเคยมีอยู่ตั้งแต่เริ่มแรก
บรรยากาศนั้นคือคำซึ่งท่านได้ยินมาแล้ว
ก่อนอย่างอื่นนะครับอย่าให้พี่น้อง
สังเกตุว่า
บัญญัติที่ย้อนกำลังเขียนถึงกลุ่มผู้
เชื่อนี้ไม่ใช่บัญญัติใหม่เป็นปัญญาเก่า
ครับเป็นสิ่งที่ยอห์นบอกว่าคนเหล่านี้มี
อยู่แล้วเคยขึ้นมาแล้วนะครับ minimin
สิ่งที่ยอมจะเขียนถึงพวกเขาเนี่ยไม่ใช่
เรื่องใหม่ครับไม่ใช่คำสั่งใหม่ไม่ใช่
สิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินเป็นบรรยากาศซึ่ง
บรรยากาศนี้คืออะไรมันก็ค่อนข้างชัดเจน
จากบริบทนะครับว่ายอห์นกำลังหมายถึงให้
รักซึ่งกันและกันให้ผู้เชื่อมีความรักต่อ
กันให้รักซึ่งกันและกันนั่นแหละคือคำสั่ง
เก่าหรือว่าบรรยากาศนั่นเองบางครั้งนะ
ครับผู้เชื่อเราต้องได้รับการสอนในสิ่ง
ที่เรารู้อยู่แล้วบางทีผู้เชื่อเราต้อง
รับการเตือนสติในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว
และนั่นคือสิ่งที่ยอมกำลังทำใน 1 ยอห์นบท
ที่ 2 ข้อ 7 นี้เขากำลังเตือนสติพี่น้อง
ถึงสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วแล้วต่อมาในข้อ
ที่ 8 ยอห์นบอกว่าอีกหน่อยนึงก็กล่าวได้
ว่าข้าพเจ้าเขียนบัญญัติใหม่ถึงพวกท่าน
ซึ่งเป็นความจริงทั้งในพระองค์และในท่าน
เพราะว่าความมืดนั้นกำลังจะผ่านพ้นไปและ
ความสว่างแท้กำลังส่องอยู่แล้วในข้อที่ 7
ยอห์นบอกว่านี่คือบรรยากาศข้อที่ 8 บอก
ว่าอีกหน่อยนึงก็กล่าวได้ว่าเป็นบัญญัติ
ใหม่นั่นหมายความว่ายังไงครับก็มีคนบางคน
เสนอว่าที่เป็นบรรยากาศก็เพราะว่าเป็นคำ
สั่งตั้งแต่สมัยโมเสสอยู่แล้วตั้งแต่ธรรม
บัญญัติ commosis ก็มีคำสั่งให้รักกัน
อยู่แล้วในขณะเดียวกันนะครับเป็นคำสั่ง
ใหม่เพราะว่าในยอห์นบทที่ 13 ข้อ 34 พระ
เยซูบอกว่าพระองค์ให้บัญญัติใหม่กับสาวก
ของพระองค์นั่นก็คือให้รักซึ่งกันและกัน
เหมือนกับว่าเป็นบัญญัติเก่าในแบบใหม่
เพราะว่าพระเยซูบอกให้รักกันรักกันเหมือน
อย่างที่พระองค์ได้หลักพวกเขามาแล้วส่วน
ตัวนะครับผมไม่แน่ใจว่านั่นคือความหมาย
ของยอร์นในข้อความคัมภีร์เหล่านี้หรือ
เปล่าแต่อย่างน้อยเราก็รู้ได้ว่าที่ย้อน
สั่งให้รักซึ่งกันและกันนั้นย้อนว่าเป็น
ความจริงทั้งในพระองค์และในท่านก็คือว่า
ที่ยอให้รักซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่เกิด
ขึ้นขึ้นจริงในตัวพระเยซูและกลุ่มผู้
เชื่อนี้คือพระเยซูเนี่ยเป็นภาพที่
สมบูรณ์แบบของความรักถ้าเราถ้าเราอยากจะ
รู้ว่าความรักที่แท้จริงมีหน้าตายังไงขอ
ให้ดูที่ชีวิตของพระเยซูครับมีหลายสิ่ง
หลายอย่างที่เราอาจพูดได้แต่ที่สุดของ
ความรักที่พระเยซูมีต่อคนบาปเราคือการ
สิ้นพระชนม์บทบาทการเขียนพระเยซูยอมตาย
แทนคนบาปเราพระเยซูยอมตายเพื่อทำให้กบฏ
กลายเป็นลูกของพระเจ้านั่นคือที่สุดของ
ความรักที่พระเยซูมีต่อเราและขณะเดียวกัน
นะครับยอนก็บอกด้วยว่านี่คือสิ่งที่เป็น
ความจริงในท่านก็คือในกลุ่มผู้เชื่อพระ
เยซูเป็นต้นแบบแล้วผู้เชื่อในพระองค์ก็จะ
สะท้อนความรักแบบพระองค์ด้วยยอห์นบอกว่า
สิ่งนี้นะครับเป็นความจริงในท่านก็แสดง
ว่ากลุ่มผู้เชื่อนี้กำลังรักซึ่งกันและ
กันอยู่แล้วพวกเขากำลังแสดงความรักต่อกัน
อยู่แล้วเราในข้อที่ 8 นะครับ yorn ก็พูด
ต่อว่าเพราะว่าความมืดนั้นกำลังจะผ่านพ้น
ไปแล้วว่ากำลังผ่านพ้นไปและความสว่างแท้
กำลังส่องอยู่แล้วภาษาที่ย้อนใช้เกี่ยว
กับความสว่างกับความมืดเนี่ยเป็นสิ่งที่
เราได้ยินมาแล้วนะครับในบทที่ 1 ยอห์นก็
ใช้คำว่าความสว่างจากความมืดมาแล้วแต่ว่า
คำว่าความสว่างแท้ในที่นี้หมายความว่ายัง
ไงครับมีงานเขียนอย่างอื่นของยอห์นที่
ช่วยให้เราตีความหมายของคำๆนี้นะครับคือ
ยอห์นพูดในยอห์นบทที่ 1 ว่าความสว่างแท้
ที่ทำให้มนุษย์ทุกคนเห็นความจริงได้นั้น
กำลังเข้ามาในโลกพระองค์ก็คือว่าความ
สว่างที่หย่อนพูดถึงเป็นบุคคลครับพระองค์
ทรงอยู่ในโลกที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา
ทั้งพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ฉะนั้น
สรุปแล้วนะครับพี่น้องคิดว่าความสว่างแท้
ที่ยอนพูดถึงในยอห์นบทที่ 1 นี้คืออะไร
หรือเป็นผู้ใดคำตอบก็คือพระองค์ผู้ที่
เข้ามาในโลกที่พระเจ้าสร้างผ่านทางพระ
องค์นั่นก็คือพระเยซูคริสต์นะครับพระเยซู
เป็นความสว่างแท้ที่เข้ามาในโลกนี้เพราะ
ฉะนั้นนะครับถ้าเรากลับมาดูหนึ่งยอห์นบท
ที่ 2 ข้อ 8 ตรงที่ยอห์นบอกว่าความมืด
นั้นกำลังผ่านพ้นไปหรือกำลังจะผ่านพ้นไป
และความสว่างแท้กำลังส่องอยู่แล้วผมคิด
ว่าเราสรุปได้ว่าความมืดในที่นี้หมายถึง
ความบาปความชั่วร้ายอย่างที่เราเห็นมา
แล้วในหนึ่งยอห์นบทที่ 1 ข้อ 5 แล้วการ
ที่พวกเขากำลังแสดงความรักให้ซึ่งกันและ
กันก็พิสูจน์ว่าความสว่างแท้กำลังสองเข้า
มาในชีวิตของเขาอยู่อิทธิพลหรือว่าฤทธิ์
อำนาจของพระเยซูและข่าวประเสริฐของพระ
องค์กำลังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและการ
เปลี่ยนแปลงนั้นก็คือความรักนั่นเองความ
สว่างแท้นำมาซึ่งความรักถ้าความสว่าง 2
เข้ามาในชีวิตของผู้ใดจะมีความรักเกิด
ขึ้นในชีวิตของผู้นั้นยอมได้พูดถึง
คริสเตียนแท้ที่รักพี่น้องคริสเตียนคน
อื่นในข้อที่ 10 ว่าผู้ที่รักพี่น้องของ
ตนก็อยู่ในความสว่างและในตัวเขานั้นไม่มี
อะไรทำให้เขาสะดุดคนนี้ยืนหยัดมั่นคงนะ
ครับคนนี้กำลังมาถูกทางโดยพระคุณของพระ
เจ้าแต่ว่าในข้อ 9 ถึงข้อ 11 นะครับยอนจะ
พูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามก็คือผู้เชื่อปลอม
ที่เกลียดชังพี่น้องคริสเตียนผู้ที่กล่าว
ว่าตนอยู่ในความสว่างขนาดที่ยังเกลียดชัง
พี่น้องของตนผู้นั้นก็ยังอยู่ในความมืด
อันนี้ข้อ 9 นะครับแล้วก็ข้อ 11 แต่ผู้
ที่เกลียดฉังพี่น้องของตนก็อยู่ในความมืด
และเดินในความมืดและไม่รู้ว่าตนกำลังไป
ไหนเพราะว่าความมืดทำให้ตาของเขาบอดไป
เสียแล้วเราก็สามารถเห็นในพระคัมภีร์ข้อ
เหล่านี้ได้ว่าคนที่เกลียดชังพี่น้อง
คริสเตียนนะครับติดกับดาบนะครับคนนี้ยัง
เป็นทาสของบาปอยู่คนนี้หลงทางไปในความมืด
นะครับคนนี้ยังอยู่ในอาณาจักรแห่งความมืด
อยู่อย่างถูกความผิดบาปครอบครองอยู่ดู
เหมือนว่า yorn กำลังตอบโต้พวกผู้สอนเท็จ
หรือว่าผู้เชื่อปลอมที่เราเคยพูดถึงมา
แล้วในหนึ่งยอห์นบทที่ 1 ครับย้อนกำลัง
ให้เราเห็นว่าลักษณะอย่างหนึ่งของผู้
เชื่อปลอมคือคนที่ไม่ได้รู้จักพระเจ้า
จริงๆคือความเกลียดชังพี่น้องการเกลียด
ชังพี่น้องเป็นสัญญาที่บ่งบอกว่าคนๆนั้น
เนี่ยไม่ได้รู้จักพระเจ้าจริงๆคนนั้นไม่
ได้อาศัยอยู่ในความสว่างคนนั้นไม่ได้
เชื่อมติดกับพระเจ้าผู้เป็นความสว่างคน
นั้นไม่ได้อยู่บนเส้นทางแห่งความสว่างการ
กระทำของเขาหรือว่าการที่เขาเกลียดชังพี่
น้องคริสเตียนเป็นหลักฐานว่าเขาไม่ได้รู้
จักพระเจ้าครับเพราะฉะนั้นสรุปแล้วนะครับ
ยอนกำลังยกตัวอย่างภาพผู้เชื่อปลอมกับผู้
เชื่อแท้ให้เราเห็นผู้เชื่อปลอมคือคนที่
อยู่ฝ่ายความมืดและสถานะของเขาได้รับการ
ที่สุดด้วยการกระทำของเขาก็คือการเกลียด
ชังพี่น้องคริสเตียนแต่ขณะขณะเดียวกันนะ
ครับย้อนให้เราเห็นภาพผู้เชื่อแท้ด้วย
เป็นคนที่รักพี่น้องคริสเตียนเป็นคนที่มี
ความรักต่อผู้เชื่อคนอื่นซึ่งแน่นอนครับ
พี่น้องคริสเตียนแท้จะไม่ได้มีความรักแบบ
พระเยซูคริสต์ 100% เรายังต้องได้รับการ
สอนยังต้องได้รับการเตือนสติให้รักซึ่ง
กันและกันแต่ถามว่าภาพไหนนะครับที่สอด
คล้องกับพฤติกรรมของเรามากกว่ากันเราเป็น
คนที่มีชีวิตที่เต็มด้วยความเกลียดชังต่อ
ผู้เชื่อหรือว่ามีชีวิตที่เต็มด้วยความ
รักต่อผู้เชื่อครับเราจะไม่ได้เพอร์เฟคจะ
ไม่ได้ 100% นะครับแต่ถ้าเราเป็นผู้เชื่อ
แท้พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะทำงานในหัวใจ
ของเราอยู่และเมื่อนั้นนะครับเมื่อเรา
เชื่อวางใจในพระเยซูรักพระวิญญาณแล้วพระ
องค์กำลังทำงานในชีวิตผู้เชื่อเราอยู่
สิ่งที่จะออกมาจากชีวิตของเราคือความรัก
เราจะมีใจที่หวงยายพี่น้องคริสเตียนคน
อื่นเราจะอยากทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์
ให้กับเขานะครับเราจะมีใจที่เห็นอกเห็นใจ
กับพวกเขาคือถ้าเราเป็นผู้เชื่อแท้เนี่ย
เราจะรักลูกๆของพระเจ้าครับนั่นคือสิ่ง
ที่จะเป็นจริงในชีวิตผู้เชื่อและย้อน
เนี่ยกำลังตอบโต้คนที่อ้างว่ารู้จักพระ
เจ้าแต่พฤติกรรมของเขาไม่ได้สอดคล้องกับ
คำพูดเขาไม่ได้รักลูกๆของพระเจ้าเขา
เกลียดชังลูกๆของพระเจ้าเพราะฉะนั้นนะ
ครับอยากจะหนุนใจให้พี่น้องเราลองคิดดูนะ
ครับว่าเราจะหาโอกาสที่จะแสดงความรักแบบ
พระเยซูต่อพี่น้องคริสเตียนคนอื่นได้ยัง
ไงบ้างข้าพเจ้าอวยพรนะครับพี่น้อง