ข้อพระคัมภีร์ที่น่าจะถูกใช้เพื่อ
สนับสนุนเรื่องการละไฟมากที่สุดก็คือ
มัทธิบทที่ 3 ข้อ 11 เพราะฉะนั้นนะครับ
วันนี้อยากให้เรามาดูบริบทของมัทธิบทที่ 3
ด้วยกันแต่ก่อนหน้านั้นนะครับผมอยากจะลอง
สรุปความหมายของเรื่องการรับไฟก่อนนะครับ
ที่จริงแล้วนะครับนี่คือคำที่จำกัดความ
ได้ยากหน่อยนะครับเพราะว่ารู้สึกว่าใน
กลุ่มรับไฟนะครับในกลุ่มการรับไฟคนที่
เชื่อเรื่องนี้อาจจะมีความเห็นที่แตกต่าง
กันบ้างบางคนนะครับมองว่าการรับปัปิสมา
ด้วยพระวิญญาณและการรับปัปิสมามาด้วยไฟ
เป็นเรื่องเดียวกันแต่ผมจะใช้ความหมายที่
ได้ยินจากนักเทศน์ท่านหนึ่งที่มีชื่อ
เสียงเรื่องการละไฟนะครับนักเทศน์ที่ผม
ฟังนะครับบอกว่าเป็นคนละเรื่องกันการรับ
ปัปิสมาด้วยพระวิญญาณเป็นอย่างหนึ่งและ
การรับปัปิสมาด้วยไฟเป็นอีกอย่างหนึ่ง
หลักเทศน์ท่านนี้นะครับบอกว่าการรัก
ปปิสมาด้วยพระวิญญาณจะเกี่ยวข้องกับการ
พูดภาษาแปลกๆและการมีลิปเดตในการรับใช้
ซึ่งอันนี้ผมจะขอค่อยพูดถึงอ่าทีหลังนะ
ครับเราจะไม่ได้สำรวจเรื่องการรับปัมมา
ด้วยพระวิญญาณในแบบที่อาจารย์ท่านนี้
จำกัดความตอนเนี้ยแล้วขณะเดียวกันนะครับ
อาจารย์ท่านนี้บอกว่าการรับปับติสมาด้วย
ไฟจะเกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์ในชีวิต
แล้วก็ความเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์เพราะ
ฉะนั้นนะครับถ้าสรุปแล้วเท่าที่ผมเข้าใจ
การละไฟสื่อสารถึงการสถิอยู่ด้วยของพระ
เจ้าที่นำมาซึ่งความบริสุทธิ์ในชีวิตผู้
เชื่อซึ่งอันนี้นำไปสู่มัทธิวบทที่ 3 นะ
ครับเพราะว่ามัทธิวบทที่ 3 ข้อ 11 เนี่ย
มักจะถูกใช้เพื่อสนับสนุนเรื่องการละฝ่าย
เดี๋ยวให้เรามาดูบริบทของมัทธิวบทที่ 3
ด้วยกันนะครับเดี๋ยวผมจะอ่านตั้งแต่ข้อ 7
ถึงข้อที่ 12 นะครับพระคบีบอกว่าเมื่อ
ยอห์เห็นพวกฟารีสีและพวกซาดุสีมากันเป็น
จำนวนมากเพื่อจะรับปัฏิสมาสท่านจึงกล่าว
แก่เขาทั้งหลายว่าพวกชาติงูร้ายใครเตือน
พวกท่านให้หนีจากพระพิโรธที่จะมานั้น
เพราะฉะนั้นจงเกิดผลให้สมกับการกลับใจ
อย่าทึกทักกันว่าตัวเองมีอับราฮัมเป็น
บรรพบุรุษเพราะข้าพเจ้าบอกพวกท่านว่าพระ
เจ้าทรงสามารถให้บุตรแก่อับราฮัมจากก้อน
หินเหล่านี้ได้บัดนี้ขวานวางไว้ที่โคนต้น
ไม้แล้วและทุกต้นที่ไม่เกิดผลดีจะต้องถูก
ตัดแล้วโยนทิ้งในกองไฟข้าพเจ้าให้ท่านรับ
ปปิสมาด้วยน้ำแสดงว่ากลับใจใหม่ก็จริงแต่
พระองค์ผู้จะมาภายหลังข้าพเจ้าทรงยิ่ง
ใหญ่กว่าข้าพเจ้าซึ่งข้าพเจ้าไม่คู่ควร
แม้แต่จะถือฉลองพระบาทของพระองค์พระองค์
จะทรงให้พวกท่านรับปปิสมาด้วยพระวิญญาณ
บริสุทธิ์และด้วยไฟพระองค์ทรงถือพลั่ว
อยู่ในพระหัตถ์แล้วและจะทรงชำระลานข้าว
ของพระองค์ให้ทั่วพระองค์จะทรงรวบรวม
เมล็ดข้าวของพระองค์ไว้ในยุ้งฉานแต่พระ
องค์จะทรงเผาแกลบด้วยไฟที่ไม่มีวันดับใน
บริบทนี้นะครับยอหผู้ให้ปปิสมากำลังให้
ผู้คนเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการต้อนรับ
พระเยซูนะครับการรับปัปิสมาด้วยน้ำในที่
นี้เล็งถึงการที่พวกเขากลับใจใหม่มันเป็น
สัญลักษณ์ภายนอกที่สื่อสารถึงท่าทีหรือ
การกลับใจที่อยู่ภายในนะครับแล้วขณะเดียว
กันนะครับยอหก็ตำหนิฟารีสีและซาดุสีว่า
อย่าทึกทักเอาว่าเรามีอับราฮัมเป็น
บรรพบุรุษก็คืออย่าคิดว่าการที่สืบทอด
เชื้อสายมาจากอับราฮัมจะทำให้พวกคุณรอด
พ้นจากฝ่ายนรกคุณต้องกลับใจใหม่แล้ว
ดำเนินชีวิตที่สมกับการกลับใจนั้นในข้อ
ที่ 10 นะครับยอหให้เราเห็นว่าการพิพากษา
ใกล้เข้ามาแล้วและยอห์นพูดถึงต้นไม้ซึ่ง
เปรียบเสมือนผู้คนและบอกว่าทุกต้นที่ไม่
เกิดผลดีจะต้องถูกตัดแล้วโยนทิ้งในกองไฟ
ในพระคัมภีรข้อนี้ยอห์กำลังให้เราเห็นว่า
คนที่ไม่ได้กลับใจแล้วดำเนินชีวิตที่ส่ง
กับการกลับใจนั้นจะต้องตกนรกเพราะฉะนั้น
นะครับครั้งแรกที่เราเจอคำว่าไฟอยู่ในข้อ
ที่ 10 และกำลังสื่อสารถึงเรื่องการตกนรก
แล้วต่อมานะครับยอหก็พูดถึงพระเยซูในฐานะ
ผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่ายอห์คือยอห์บอกว่าเขา
เองให้บัปติสมาด้วยน้ำมันเป็นสิ่งที่อยู่
ภายนอกแต่ผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าเขาคือพระ
เยซูนะครับจะให้บัพติสมาด้วยพระวิญญาณและ
ด้วยไฟเชื่อว่าที่ยอห์พูดถึงการรับ
บัปฏิสมาด้วยพระวิญญาณหมายถึงการที่ผู้
เชื่อจะรับพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างที่เรา
ได้เห็นในวันpเดตคอสเดี๋ยวผมขอค่อยกลับมา
พูดถึงเรื่องนี้ในอ่าคลิปวีดีโอวันหลังนะ
ครับแต่สำหรับวันนี้อยากจะมาโฟกัสที่
เลือกว่าจะให้ปรับปิสมาด้วยไฟนั้นหมายถึง
อะไรคือถ้าพี่น้องดูข้างล่างในข้อที่ 12
นะครับถ้าเราอ่านต่อในข้อที่ 12 ยอห์บอก
ว่าพระองค์ก็คือพระเยซูนะครับถือทรงถือ
พลั่วอยู่ในพระหัตถ์แล้วและจะทรงชำระลาน
ข้าวของพระองค์ให้ทั่วจะมีการแยกแยะ
ระหว่างผู้เชื่อและผู้ไม่เชื่อพระองค์จะ
ทรงรวบรวมเมล็ดข้าวของพระองค์ไว้ในยุ่ง
ช้างแต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด้วยไฟที่ไม่
มีวันดับสังเกตนะครับนี่คือคำที่ 3 ที่คำ
ว่าไฟปรากฏในบริบทอาจารย์ที่ผมฟังมานะ
ครับบอกว่าเรื่องนี้สื่อสารถึงการที่สิ่ง
ไม่ดีจะถูกเผ่าผลานออกจากชีวิตของเราก็
คือเราจะถูกชำระให้บริสุทธิ์นะครับแต่ผม
คิดว่าเมื่อเราดูบริบทแล้วนะครับการตี
ความข้อที่ 12 แบบนี้เป็นไปไม่ได้นะครับ
ถ้าเราดูข้อที่ 10 นะครับมันก็ชัดเจนนะ
ครับว่ายอห์กำลังสื่อสารถึงเรื่องผู้ควร
เค้าเอาเรื่องต้นไม้มาเปรียบเทียบกับคนคน
ที่ไม่กลับใจแล้วเกิดผลที่สบกับการกลับใจ
จะถูกลงโทษในไฟนรกแล้วข้อที่ 12 นะครับ
บอกว่ามีเมล็ดข้าวที่จะถูกรวบรวมไว้ใน
ยุ้งฉางนี่คือคนที่จะอยู่ในอาณาจักรของ
พระเจ้าเป็นเมล็ดข้าวของพระเยซูคริสต์
สังเกตนะครับพระคมีบอกว่าเมล็ดข้าวของพระ
องค์จะเก็บไว้ในยุฉานคนเหล่านี้นะครับจะ
อยู่ในอาณาจักรของพระเจ้าซึ่งถ้าอย่าง
งั้นนะครับผมว่าแกบที่จะถูกเผาด้วยไฟที่
ไม่มีวันดับก็มีความหมายเดียวกันกับต้น
ไม้ที่ไม่เกิดผลในข้อที่ 10 ที่จะถูกตัด
แล้วโยนทิ้งในกอมไฟทั้ง 2 ข้อนี้นะครับ
กำลังสื่อสารถึงการพิพากษาลงโทษของพระ
เจ้าที่จะเกิดขึ้นกับผู้ไม่เชื่อในวันสุด
ท้ายพระคัมภีร์อีกต่อนึงที่สนับสนุนการตี
ความว่าใฝ่ที่ไม่มีวันดับสื่อสารการลงโทษ
ของผู้ไม่เชื่ออยู่ในมาลาโกบทที่ 9 ข้อ 43
นะครับว่าถ้ามือของท่านทำให้ท่านหลงผิดจง
ตัดทิ้งเสียการที่จะเข้าสู่ชีวิตด้วยมือ
ด้วนยังดีกว่ามีทั้ง 2 มือแต่ต้องลงไปสู่
นรกในไฟที่ไม่มีวันดับพระเยซูใช้บลีเดียว
กันในบริบทนี้นะครับไฟที่ไม่มีวันดับหมาย
ถึงไฟนรกแล้วเมื่อเรากลับมาดูข้อที่ 11
นะครับเกี่ยวกับเรื่องการรับปัปิสมาด้วย
พระวิญญาณและด้วยไฟนั้นเพราะว่าการตีความ
ที่ดูจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดคือการ
รับปัปิสมาด้วยไฟหมายถึงการพิพากษาลงโทษ
ถ้าคำว่าไฟปรากฏในข้อที่ 10 11 กับ 12
และข้อ 10 กับ 12 มีความหมายเดียวกันก็มี
ความเป็นไปได้สูงนะครับว่าคำว่าไฟในข้อ
ที่ 11 จะมีความหมายเดียวกันกับทั้ง 2
ข้อนี้เพราะฉะนั้นนะครับดูเหมือนว่าการ
รับปรับปริสมาด้วยไฟในพระคัมภีร์ตอนนี้
ไม่ใช่สิ่งที่ดีครับดูเหมือนว่ากำลังสื่อ
สารถึงการพิพากษาลงโทษผมคิดว่านี่น่าจะ
เป็นการตีความที่เป็นไปได้มีความเป็นไป
ได้มากที่สุดนะครับแต่ว่ามีคำว่าแตด้วยนะ
ครับพระคัมภีร์ฉบับอธิบายที่น่าเชื่อถือ
บางเล่มนะครับสนับสนุนว่าการรับปัปิสมา
ด้วยไฟในมัทธิบิ 3 ตรงนี้สื่อสารถึงการ
ชำระหลาหรือว่าการถูกชำระให้บริสุทธิ์ที่
เกิดจากการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วย
เพราะฉะนั้นนะครับคนเหล่านี้จะมองว่าการ
รับปัปิสมาด้วยพระวิญญาณและด้วยไฟกำลัง
สื่อสารถึงเรื่องเดียวกันก็คือเรารับพระ
วิญญาณและพระวิญญาณนำมาซึ่งการชำระล้าง
เพราะฉะนั้นนะครับถ้าจะแบบแฟร์ๆนะครับผม
ก็ต้องยอมรับว่าผู้เชื่อที่น่าเชื่อถือนะ
ครับนักอรรถาธิบายพระคัมภีร์ที่น่าเชื่อ
ถือบางท่านมองว่ารับปัปิสมาด้วยฝ่ายในที่
นี้สื่อสารถึงเรื่องการถูกชำระให้
บริสุทธิ์แล้วเพื่อสนับสนุนการตีความแบบ
นี้นะครับเขาจะอ้างอิสยาบทที่ 4 ข้อ 4 นะ
ครับที่ว่าในพันธสัญญาใหม่จะมีการล้าง
ความโศกโคร่ของบรรดาธิดาซิโยนก็คือ
เยรูซาเล็มและชำระรอยเลือดของเยรูซาเล็ม
จากท่ามกลางเมืองนั้นด้วยวิญญาณแห่งการ
พิพากษาและวิญญาณแห่งการเผาไหม้เพราะ
ฉะนั้นสรุปแล้วนะครับผมก็ยังคิดว่าเมื่อ
เราดูหลักฐานในมัคีบทที่ 3 แล้วมีความ
เป็นไปได้สูงว่าการรับปัปิสมาด้วยไฟจะ
หมายถึงการถูกพิพากษาลงโทษแต่ไม่ว่าจะยัง
ไงครับไม่ว่าเราจะตีความแบบการถูกพิพากษา
ลงโทษหรือการถูกชำระให้บริสุทธิ์ก็ไม่ได้
แปลว่าเราจำเป็นจะต้องยอมรับการละไฟหรือ
การตีความในแนวทางการรับไฟแบบที่เราเห็น
กันในประเทศไทยทุกวันนี้นะครับสิ่งที่
หลายคนสะดุดนะครับคือการยอมรับว่าถ้าเรา
จะรับการชำระล้านในชีวิตส่วนตัวเราจำเป็น
จะต้องรับไฟในรูปแบบที่เราเห็นกันในงาน
ฟื้นฟูต่างๆในประเทศไทยคือบางครั้งนะครับ
ดูเหมือนว่าความเชื่อแบบนี้ควบคุมตลาดของ
พระวิญญาณบริสุทธิ์ยกตัวอย่างเช่นคนหนึ่ง
อาจจะบอกว่าคริสจักรแห่งนั้นไม่มีฝ่าย
หรือผู้เชื่อคนนั้นไม่มีฝ่ายเพราะเขาไม่
เคยมาละไฟกับกรมของเราหรือพรรคผู้ของเรา
ซึ่งเราต้องเอ่อลองทบทวนดูนะครับลองคิดดู
ว่าการที่จะบอกว่าคนๆนั้นไม่มีไฟหรือ
คริสตจักรแห่งนั้นไม่มีไฟนั่นหมายความว่า
ยังไงครับหมายความว่าเขาไม่มีพระวิญญาณ
บริสุทธิ์เลยเหรออันนี้น่าเป็นห่วงแล้ว
เราต้องระวังนะครับถ้าเราบอกว่าเขาไม่มี
พระวิญญาณแสดงว่าเขาไม่ใช่คริสเตียนแต่
ถ้าเราหมายถึงว่าคริสตจักรนั้นหรือผู้
เชื่อเขานั้นแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวของ
พระวิญญาณในชีวิตของเขาผมอยากจะแนะนำนะ
ครับให้เราระมัดระวังในพระคัมภีร์ไม่มี
การแบ่งคริสเตียนเป็นชนชั้นกันนะครับไม่
มีคริสเตียนที่อยู่ข้างล่างที่ไม่มีไฟ
ครับคริสเตียนที่มีไฟถ้าเราเป็นผู้เชื่อ
แท้ๆเรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์และแน่นอนนะ
ครับเราแต่ละคนอาจจะเติบโตไม่เหมือนกัน
บางคนมีความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณสูงบาง
คนมีความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณน้อยแต่เรา
ควรที่จะมองว่านี่คือพี่น้องคริสเตียนของ
เราและเราอยากจะช่วยให้เขาเติบโตสู่ความ
เป็นผู้ใหญ่ถ้าเขาขาดความเป็นผู้ใหญ่นะ
ครับถ้าเขาขาดความร้อนนนจิตวิญญาณเราก็
ควรที่จะอธิษฐานกับเขาและดุนใจเขานะครับ
แต่ถ้าเรามองว่ากลุ่มของเราควบคุมตลาดตรง
นี้ควบคุมตลาดของพระวิญญาณการเคลื่อนไหว
ของพระวิญญาณต้องรับการเชิมจากอาจารย์ของ
เราหรือคนๆนี้เท่านั้นเพราะว่านี่มัน
อันตรายครับมันเป็นวงวองที่อันตรายครับ
มันน่าเป็นห่วงแทนที่จะตัดสินพี่น้องแบบ
นี้นะครับให้เราจำไว้ว่าตราบใดที่ผู้
เชื่ออยู่ในกรอบของพระคัมภีร์เขาก็มาถูก
ทางแล้วนะครับเราต้องระวังที่เราจะไม่ไป
ไกลกว่าที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์นะครับและ
อีกอย่างหนึ่งคือบางครั้งเนี่ยการละไฟดู
จะเป็นทางลัดสู่ความบริสุทธิ์หรือว่า
เคล็ดลับสู่ความบริสุทธิ์ปกติแล้วนะครับ
ชีวิตคริสเตียนจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปการเติบ
โตในชีวิตคริสเตียนจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะ
ครับแต่ถ้ามองว่ามีเคล็ดลับที่คุณจะ
สามารถรับการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณโดย
อัตโนมัติมันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับมันไม่
ใช่รหัสผ่านที่เราจะสามารถกดแล้วเกิดการ
เคลื่อนไหวทันทีครับมันไม่ใช่อย่างนั้น
พระเจ้าไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเรานะ
ครับไม่ใช่ว่าเรากดปุ่มพระวิญญาณปุ๊บมี
การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นปั๊บการเคลื่อนไหว
ของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือสิ่งที่เราควรจะ
คิวกระหายตลอดเวลาแต่เราก็ต้องยอมรับนะ
ครับว่าบางครั้งหรือหลายครั้งการเติบโต
สู่ความเป็นผู้ใหญ่คือสิ่งที่ปักจะเกิด
ขึ้นช้าในชีวิตคริสตีถ้ามันเกิดขึ้นเร็ว
ก็ขอพระเจ้านะครับแต่เราต้องระมัดระวัง
ที่เราไม่เอากรอบนี้ไปวางไว้บนชีวิตของคน
อื่นนะครับเราไม่สามารถบังคับให้คนอยู่ใน
กรอบของเราได้ตราบใดที่ผู้เชื่ออยู่ใน
กรอบของพระคัมภีร์เราก็ควรที่จะชื่นชมยิน
ดีและไม่ตัดสินเขาอยากจะหนุนใจพี่น้องนะ
ครับที่รู้สึกว่าการเติบโตในชีวิตเรามัน
ชัดช้ามันเกิดขึ้นช้าก็ให้เราเดินหน้าต่อ
ไปเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ต่อไปศึกษา
พระคำของพระเจ้าต่อไปและโดยพระคำของพระ
เจ้าให้เราตั้งใจที่จะเชื่อฟังพระคำของ
พระเจ้าต่อไปนะครับ
[เพลง]