อัตลักษณ์คริสเตียนท่ามกลางโลกการเมือง
บทนำ
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและความไม่แน่นอนทางการเมือง หลายคนจึงรู้สึกวิตกกังวล สับสน และไม่แน่ใจในอนาคต เป็นธรรมดาที่คริสเตียนจะเกิดคำถามว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่มั่นคงเช่นนี้ เราควรเข้าใจบทบาทของเราในฐานะประชากรของพระเจ้าอย่างไร
บทความนี้ของจอห์น ไพเพอร์ เน้นย้ำความจริงสำคัญประการหนึ่งจากพระคัมภีร์ นั่นคือ อัตลักษณ์ที่ลึกซึ้งที่สุดของเราไม่ได้อยู่ในพรรคการเมืองหรือชาติใดบนโลก แต่อยู่ในพระเยซูคริสต์และอาณาจักรของพระองค์ ถ้อยคำเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคริสตจักรไทยในปัจจุบัน เพื่อเรียกร้องให้เรายืนหยัดอย่างมั่นคงในความหวัง ความชื่นชมยินดี และความบริสุทธิ์ในพระคริสต์ แม้โลกรอบตัวจะดูสับสนวุ่นวายเพียงใด
เจมิสัน ศิษยาภิบาลในรัฐเวอร์จิเนีย เขียนมาถามว่า: “สวัสดีครับศิษยาภิบาลจอห์น และขอบคุณสำหรับพอดแคสต์นี้ ผมชื่นชมแนวทางของท่านในเรื่องการเมืองและความรักชาติ ซึ่งท่านระมัดระวังอย่างมาก แม้ในช่วงเลือกตั้งที่การเมืองร้อนแรงและศิษยาภิบาลต่างรู้สึกถึงแรงกดดันให้สนับสนุนผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นที่รู้กันว่าท่านเลือกที่จะไม่ข้องเกี่ยว ตลอดหลายสิบปีที่ท่านเฝ้าสังเกตแรงผลักดันในหมู่ผู้นำคริสเตียนอเมริกันที่ต้องการสนับสนุนผู้สมัครและมีส่วนร่วมทางการเมือง ท่านมีข้อสังเกตอะไรบ้างจากการเลือกที่จะหลีกเลี่ยงในเรื่องเหล่านี้มาตลอดครับ”
บางทีสิ่งที่สำคัญหรือเป็นประโยชน์ที่สุดที่ผมจะทำได้เพื่อตอบคำถามนี้ คือการยกข้อพระคัมภีร์ที่เน้นย้ำในสิ่งที่ผมเชื่อว่าจำเป็น ไม่ใช่แค่สำหรับคริสตจักรในอเมริกา แต่สำหรับคริสตจักรทั่วโลก เพราะแนวโน้มที่จะผนวกอัตลักษณ์คริสเตียนเข้ากับอัตลักษณ์ทางการเมือง เชื้อชาติ หรือทางโลกอื่นๆ นั้นรุนแรงมาก และผมคิดว่ามันเป็นบ่อนทำลายการทรงเรียกอันลึกซึ้งของข่าวประเสริฐ จนต้องมีการต่อต้านอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น
อัตลักษณ์คริสเตียนท่ามกลางโลกการเมือง
ดังนั้น ภาระใจของผมคือการร่วมกับพระคัมภีร์ (ตามความเข้าใจของผม) และคริสเตียนผู้สัตย์ซื่อนับล้าน เพื่อหนุนใจและเสริมสร้างอัตลักษณ์คริสเตียนที่สัตย์ซื่อ ซึ่งจะยังคงอยู่และเติบโตด้วยความเชื่อ ความหวัง ความชื่นชมยินดี ความรัก และความบริสุทธิ์ ไม่ว่าประเทศอเมริกา บราซิล อังกฤษ จีน รัสเซีย หรืออินเดียจะอยู่รอดหรือไม่ก็ตาม
ผมจึงขอยกข้อพระคัมภีร์ 6 ตอนที่หล่อหลอมความตั้งใจของผมในเรื่องนี้
1. ไม่ได้เป็นของโลกนี้
พระเยซูตรัสกับปิลาตว่า “อาณาจักรของเราไม่ได้เป็นของโลกนี้ มิฉะนั้นคนของเราย่อมต่อสู้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกยิวจับกุมเรา แต่นี่อาณาจักรของเรามาจากที่อื่น” (ยอห์น 18:36) จากข้อนี้ ผมจึงสรุปว่าเราต้องระมัดระวังอย่างยิ่งก่อนจะใช้กำลังหรือการบีบบังคับเพื่อสถาปนาอาณาจักรของพระคริสต์ อัตลักษณ์ใดๆ ที่สถาปนาขึ้นได้ด้วยกำลัง อาวุธ หรือกฎหมาย ไม่ใช่อาณาจักรของพระคริสต์ ในยุคนี้ กษัตริย์เยซูกำลังสร้างประชากรของพระองค์ด้วยวิธีที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
2. ซ่อนไว้กับพระคริสต์
เปาโลกล่าวว่า “[พระเจ้า] ได้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอาณาจักรของความมืด และทรงนำเราเข้ามาสู่อาณาจักรของพระบุตรที่รักของพระองค์” (โคโลสี 1:13) และกล่าวอีกว่า
“ในเมื่อทรงให้ท่านทั้งหลายเป็นขึ้นกับพระคริสต์แล้ว ก็จงให้ใจของท่านจดจ่อกับสิ่งที่อยู่เบื้องบนที่ซึ่งพระคริสต์ประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน ไม่ใช่สิ่งฝ่ายโลก เพราะท่านตายแล้ว และบัดนี้ชีวิตของท่านถูกซ่อนอยู่กับพระคริสต์ในพระเจ้า เมื่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นชีวิตของท่านปรากฏ เมื่อนั้นท่านก็จะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในพระเกียรติสิริด้วย” (โคโลสี 3:1-4)
ดังนั้น อัตลักษณ์และบ้านที่แท้จริงของเราคืออาณาจักรของพระคริสต์ ไม่ใช่อาณาจักรใดบนโลก ที่ของเราคือเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า ไม่ใช่เคียงข้างอำนาจใดในโลกนี้ แก่นแท้ของชีวิตเราคือพระคริสต์ และเมื่อพระองค์เสด็จมาเท่านั้น เราจึงจะเป็นที่รู้จักอย่างเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเราเป็นใคร
3. พลเมืองสวรรค์
“แต่เราเป็นพลเมืองสวรรค์และเราเฝ้ารอคอยพระผู้ช่วยให้รอดจากสวรรค์คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์จะทรงเปลี่ยนกายอันต่ำต้อยของเราให้เหมือนพระกายอันทรงพระเกียรติสิริของพระองค์โดยฤทธานุภาพที่สยบทุกสิ่งไว้ใต้อำนาจของพระองค์” (ฟีลิปปี 3:20-21)
ดังนั้น สัญชาติทางโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกัน รัสเซีย หรือจีน ไม่สามารถอ้างสิทธิ์ในความจงรักภักดีสูงสุดจากผู้ที่อยู่ในพระคริสต์ได้ ความจงรักภักดีสูงสุดของเราเป็นของพระเยซู ไม่มีพรรค ชาติ เชื้อชาติ หรืออุดมการณ์ใดมีสิทธิ์อ้างความเป็นเจ้าของเหนือเรา ธรรมนูญสูงสุดของเราคือพระวจนะของพระเจ้า ไม่ใช่เอกสารใดที่มนุษย์สร้างขึ้น
4. เชื้อชาติที่ทรงเลือกสรร ประชาชาติบริสุทธิ์
เปโตรกล่าวว่า “แต่พวกท่านเป็นประชากรที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรร เป็นปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นพลเมืองของพระเจ้า เพื่อท่านจะได้ประกาศพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านออกจากความมืดเข้าสู่ความสว่างอันล้ำเลิศของพระองค์” (1 เปโตร 2:9) นี่คือถ้อยคำที่สั่นสะเทือนแนวคิดเรื่องเชื้อชาติและการเมืองอย่างรุนแรง สำหรับคริสเตียนแท้ที่บังเกิดใหม่ เราคือ เชื้อชาติที่ทรงเลือกสรร (genos eklekton) และ ประชาชาติบริสุทธิ์ (ethnos hagion) ชาติพันธุ์หรือสัญชาติที่เราสังกัดจึงไม่ใช่อัตลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของเราอีกต่อไป เราเป็นสิ่งใหม่ เป็นชาติใหม่ คริสเตียนคือความจริงใหม่ ประชากรใหม่ ชาติใหม่ และเราควรเป็นพยานถึงความจริงนี้
5. คนต่างด้าวบนแผ่นดินโลก
เปโตรกล่าวว่า “เพื่อนที่รักผู้อยู่ในฐานะคนต่างด้าวและคนแปลกหน้าในโลกนี้ ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้ละทิ้งตัณหาชั่วซึ่งต่อสู้กับวิญญาณจิตของท่าน” (1 เปโตร 2:11) เหนือสิ่งอื่นใด คริสเตียนไม่ใช่คนอเมริกัน แคนาดา อังกฤษ หรือไนจีเรีย ในทุกชาติ เราเป็นคนต่างด้าว ขอให้ซึมซับความจริงข้อนี้ไว้ ผมอยากตะโกนถ้อยคำนี้จากยอดตึกไปถึงลัทธิชาตินิยมในทุกประเทศ
พระเยซูตรัสว่า “ถ้าพวกท่านเป็นของโลก โลกก็จะรักพวกท่านในฐานะที่เป็นของโลก แต่ตามที่เป็นอยู่พวกท่านไม่ได้เป็นของโลกเพราะเราได้เลือกพวกท่านออกมาจากโลกแล้ว ฉะนั้นโลกจึงเกลียดชังพวกท่าน” (ยอห์น 15:19) หากท่านจะลงสมัครรับเลือกตั้ง อย่าลืมบอกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าท่านคือคนต่างด้าว ที่ซึ่งสิทธิพลเมืองและความจงรักภักดีหลักของท่านอยู่กับอาณาจักรของพระคริสต์
6. ผู้รับใช้ของพระเจ้า
“โดยเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกท่านจงยอมอยู่ใต้อำนาจการปกครองทั้งปวงที่ตั้งขึ้นในหมู่มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด หรือบรรดาผู้ว่าการซึ่งกษัตริย์ส่งมาเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดและยกย่องผู้กระทำดี เพราะเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้พวกท่านสงบปากคำของคนโง่ด้วยการกระทำดี จงดำเนินชีวิตอย่างเสรีชน แต่อย่าใช้เสรีภาพของท่านเป็นข้ออ้างกลบเกลื่อนความชั่ว จงดำเนินชีวิตอย่างทาสของพระเจ้า” (1 เปโตร 2:13-16)
กล่าวคือ ในฐานะคริสเตียน จงตระหนักว่าท่านเป็นไทจากอำนาจและพรรคการเมืองฝ่ายโลก เราเป็นของพระเจ้า เราเป็นทาสของพระเจ้า ไม่ใช่ของมนุษย์คนใด เมื่อรัฐสั่งให้เราจ่ายภาษี หรือรักษากฎหมาย เราก็ทำ ไม่ใช่เพราะรัฐมีอำนาจสูงสุดเหนือเรา แต่เพราะพระเจ้าทรงมี เรายอมเชื่อฟังผู้ปกครองเพื่อเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า และอยู่ภายใต้ขอบเขตที่พระองค์ทรงกำหนด
7. ผู้คนจากทุกประชาชาติ
พระเยซูตรัสว่า
“ดังนั้นจงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาใน พระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ และแน่นอน เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปตราบจนสิ้นยุค” (มัทธิว 28:19-20)
เรารู้ดีว่านี่ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนวัฒนธรรมให้มีเพียงเปลือกนอกแบบคริสเตียน เพราะพระเยซูทรงนิยามการ “สร้างสาวกจากทุกชนชาติ” (ethne) ด้วยการ “ให้พวกเขารับบัพติศมาและสั่งสอนพวกเขา” ซึ่งคำว่า “พวกเขา” ในภาษากรีกคือ autous และนี่คือประเด็นสำคัญ เราไม่ได้สร้างสาวกจากองค์กรทางการเมืองหรือกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เราสร้างสาวกจาก “พวกเขา” คือ ปัจเจกบุคคล ที่เราสามารถให้บัพติศมาได้
หน้าที่ของเราคือการยกย่องพระเยซูและพระราชกิจแห่งความรอดของพระองค์ท่ามกลางประชาชาติทั้งปวง เพื่อมนุษย์แต่ละคนจะถูกนำจากความตายสู่ชีวิตและรับการหล่อหลอมตามพระฉายของพระคริสต์ ประชากรใหม่นี้ เชื้อชาติที่ทรงเลือกสรรนี้ ประชาชาติบริสุทธิ์ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลายนี้ ควรให้ความสว่างของเราส่องไป เพื่อคนทั้งปวงจะได้เห็นการดีของเราและสรรเสริญพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์ (มัทธิว 5:16; 1 เปโตร 2:12)
ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง
คุณโทนี่ ผมไม่ได้คาดหวังว่าคริสเตียนจะเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด ว่าการดำเนินชีวิตในฐานะพลเมืองแห่งอาณาจักรพระคริสต์ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ไม่ได้เป็นของโลกนี้ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรในทางปฏิบัติ ทั้งในแวดวงการทำงาน การเมือง และวัฒนธรรม จนกว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา
แต่สิ่งที่ผมอยากหนุนใจศิษยาภิบาลคือ ท่านไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทั้งหมดให้แก่สมาชิกคริสตจักร ซึ่งแต่ละคนก็มีความหลากหลายและมีบทบาทในแวดวงอาชีพ การเมือง และวัฒนธรรมแตกต่างกันไป เราไม่ได้ฉลาดพอขนาดนั้น
จงประกาศความจริงจากพระคัมภีร์เหล่านี้และข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จงเรียกผู้คนของท่านให้สวามิภักดิ์ต่อองค์กษัตริย์เยซูอย่างสุดใจ จงนำพวกเขาให้เรียนรู้ตลอดชีวิต และจงวางใจในการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตพวกเขา
จอห์น ไพเพอร์ (@JohnPiper) เป็นผู้ก่อตั้งและอาจารย์ของ Desiring God และเป็นอธิการบดีของ Bethlehem College and Seminary ท่านเคยดำรงตำแหน่งศิษยาภิบาลของคริสตจักรเบธเลเฮมแบ๊บติสต์ เมืองมินนิแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เป็นเวลา 33 ปี ท่านเป็นผู้เขียนหนังสือมากกว่า 50 เล่ม รวมถึง Desiring God: Meditations of a Christian Hedonist และผลงานล่าสุดคือ Foundations for Lifelong Learning: Education in Serious Joy อ่านเรื่องราวของจอห์นเพิ่มเติม
Original English: https://www.desiringgod.org/interviews/politics-patriotism-and-the-pulpit





